Goodbat's Webseite

GOODBAT

TOYOTSU JAPAN FESTIVAL” (โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล)

วันที่ 29 – 30 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00-21.00 น.

ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด จัดงาน “TOYOTSU JAPAN FESTIVAL” (โตโยสึ  เจแปน เฟสติวัล) เทศกาลรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเจแปนเลิฟเวอร์โดยเฉพาะ พบกับสินค้าคุณภาพในราคาเทียบเท่าและส่งตรงจากญี่ปุ่น อาทิ เครื่องสำอาง, แฟชั่น, เสื้อผ้าเด็ก, เมนูอาหารจากร้านดัง ส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมกิจกรรมและศิลปินดาราที่พร้อมใจมาร่วมชม ช็อป ชิลภายในงานเพียบ!

วันเสาร์ที่ 29 ก.ค. 2560 พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พบกับศิลปินดาราคับคั่ง ณเดชน์ คูกิมิยะ, กาละแมร์ พัชรศรี, กุ๊บกิ๊บ – เป่าเปา พร้อมโชว์สุดพิเศษ อาทิ โปเกม่อนโชว์, Cosplay Show และกิจกรรมมากมายตลอดทั้งวัน

วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค. 2560 ร่วมดื่มด่ำกับกิจกรรมเวิร์คช็อปการชงชา พบกับศิลปินดารา อาทิ โอปอล์ ปาณิสรา ชมมินิคอนเสิร์ตจาก เป๊ก ผลิตโชค และ BNK48 วงนักร้องสาวจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมโชว์สุดพิเศษ โปเกม่อนโชว์, Cosplay Show และกิจกรรมมากมายตลอดทั้งวัน

ห้ามพลาด! เทศกาล “TOYOTSU JAPAN FESTIVAL” (โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล) เพียง 2 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 29-30 กรกฏาคม 2560 เวลา 10.00-21.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

แหล่งข้อมูล: Premiumworldtour


อิ่ม in Korea! พิกัดร้านเด็ด ไปเกา(หลี)ทั้งที ไม่ไปกินไม่ได้แล้ว!!

ประเทศเกาหลีเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย รวมทั้งอาหารเกาหลีก็เช่นกัน จุดเด่นของอาหารเกาหลีจะอยู่ที่รสชาติอาหารที่เผ็ดเปรี้ยวของอาหารหรือจะเป็นอาหารจำพวกปิ้งย่างก็จะมีรสชาติที่ใกล้เคียงกับอาหารไทยและเป็นที่ถูกปากของคนไทยด้วยเช่นกัน วันนี้ premiumworldtour.info จะมาแนะนำร้านอาหารเด็ดๆ ในเกาหลีกันค่ะ ตามมาเล้ย~~~

1. ร้าน Hong Bar

ร้านอาหารเกาหลี

เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ตั้งอยู่ชั้น 3 ปากซอยเมียงดง Myeongdong 10-gill เปิดเวลา 12.00 – 23.00 น. พระเอกของบุฟเฟ่ต์ร้านนี้คือ เนื้อหมูทั้ง 5 ประเภทและเนื้อวัวติดมันสไลด์ ในส่วนของสลัดบาร์ก็มีอาหารให้เลือกเยอะพอสมควร อาทิเช่น ผัดสด กิมจิ ข้าวผัด เกี๊ยวซ่า เครื่องดื่มก็จะมีน้ำเปล่าเย็นให้บริการฟรีส่วนเครื่องดื่มอื่นๆก็มีในเมนูให้เลือกสรรกันได้ตามใจชอบ ร้าน Hong Bar บุฟเฟต์ปิ้งย่างแห่งนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 11,900 วอน คิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณ 380 บาท ซึ่งราคานี้เมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณอาหารที่มีให้เลือกในร้านนี้ถือว่าเป็นบุฟเฟ่ต์ที่คุ้มสุดๆเลย

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินสถานี MyeongDong ทางออก 8 เลี้ยวซ้ายเดินไปตามทางถนนเมียงดง ร้านจะตั้งอยู่ในตึกชั้น 3 ปากซอย Myeongdong 10-gill มองขึ้นไปที่ตึกจะเห็นป้าย Hong Bar All You Can Eat ใช้เวลาเดินทางจากสถานีรถใต้ดินไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงร้านเลยจ้า / เบอร์โทรทางร้าน : 02.318.5892

2. ร้าน Korea Samgyetang

ร้านอาหารเกาหลี

ร้านนี้เปิดขายไก่ตุ๋นโสมเจ้าแรกในเกาหลี เริ่มต้นเสิร์ฟความอร่อยมาตั้งแต่ปี 1960 มีจุดเด่นคือโลโก้รูปไก่ 3 ขา โดยร้านนี้มี 2 สาขาด้วยกัน ส่วนสาขาที่จะมาแนะนำในวันนี้คือสาขาแรกหรือสาขาใหญ่ของทางร้านนั่นเอง จะตั้งอยู่เลขที่ 1 seosomun-ro 11-gill,Jung-gu ซึ่งแน่นอนเมนูเด่นของทางร้านก็จะเป็นไก่ตุ๋นโสมและมีเมนูเสริมมาคือไก่ย่างสูตรเด็ดของทางร้าน ในส่วนของไก่ตุ๋นโสมก็จะตุ๋นมาเนื้อนุ่มกำลังดีมีเครื่องเคียงเป็นหัวไช้เท้ากับกิมจิ ราคาเริ่มต้นที่ 15,000 วอน เสิร์ฟมาในโถแบบเดือดปุดๆกันเลยทีเดียว ส่วนไก่ย่างเมนูรองของทางร้านที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ราคาอยู่ที่ตัวละ 16,000 วอน ไก่ย่างหนังกรอบเนื้อนุ่มกำลังดีเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้าน บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเกาหลีร่วมสมัยมีหลายชั้น รองรับลูกค้าได้เยอะมาก

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินออกจากสถานี City Hall ทางออก 10 เดินตรงไป 100 เมตร (ไม่เกิน 2 นาที) ร้านอยู่หัวมุมถนน seosomun-ro 11-gill

3. ร้าน Maeun Galbiya

ร้านอาหารเกาหลี

ร้านนี้เอาใจคนชอบทานเนื้อวัวร้านนี้เป็นร้านขายสตูเนื้อวัวเผ็ดร้านตั้งอยู่ใกล้กับถนน Garosugil ซึ่งเป็นแหล่ง Shopping ของวัยรุ่น เมนูหลักคือสตูเนื้อวัวเผ็ดมีหลายขนาดให้เลือกทาน เนื้อวัวตุ๋นรสชาติจัดจ้านมีระดับความเผ็ดให้เลือก 5 ระดับ ด้านล่างจะมีวุ้นเส้นเกาหลี มาม่าเกาหลี ผัก ด้านบนโรยด้วยมอสซาเรลล่าชีส เสิร์ฟมาในกระทะตามขนาดที่เลือกทานแต่แรกวางมาบนเตาแก๊ส ขนาดที่เลือกมาให้ชมกันคือขนาด 2 คนทาน ราคาอยู่ที่ 33,000 วอน มาปิดท้ายมื้อนี้ด้วย Rice Balls (ข้าวลูกบอล) ราคาอยู่ที่ลูกละ 3,000 วอน นิยมเอามาใส่กับซุปก้นหม้อ กินปิดท้ายม้อให้อิ่มท้องกันเลย ราคาโดยรวมมื้อนี้อยู่ที่ 36,000 วอน ถือว่าราคาค่อนข้างสูงแต่ถ้าเทียบกับรสชาติและปริมาณของอาหารก็ถือว่าคุ้มสุดๆเลยจ้า

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : ออกจากรถไฟใต้ดินสถานี Sinsa ทางออก 8 เดินตรงมาเห็นแยกเลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกนิดเลี้ยวขวา เดินไปตามทางจะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือโดยมีป้ายหน้าร้านบ่งบอกอยู่ (การเดินทางจากสถานีไปร้านไม่เกิน 5 นาทีก็จะถึงหน้าร้านเลย)

4. ร้าน James Cheese

ร้านอาหารเกาหลี

ซี่โครงหมูจิ้มชีสอาหารเกาหลีสุดฟินที่ห้ามพลาด ความหอมมันของชีสตัดกับความเผ็ดของซี่โครงหมูเผ็ดก็เข้ากันเป็นที่สุด ร้านนี้เป็นร้านรุ่นแรกๆ ที่นำชีสมาใส่ในกระทะร้อนๆทานคู่กับอาหาร สาขาแรกตั้งอยู่ในย่านฮงแด ในปัจจุบันมีมากถึง 113 สาขาทั่วเกาหลีใต้ มาถึงเมนูอาหารของร้านแน่นอนเมนูหลักสุดฮิตคงหนีไม่พ้นซี่โครงหมูจิ้มชีส เสิร์ฟมาในกระทะหลุมมีชีสวางตรงกลางพร้อมซี่โครงหมูตั้งมาบนเตาแก๊ส พอชีสเริ่มละลาย ทางร้านจะมีถุงมือให้ใส่ใช้มือหยิบซี่โครงหมูแล้วจิ้มชีสส่งเข้าปากได้เลยจ้า ในส่วนของเครื่องเคียงก็จะมีกิมจิ แตงกวาดอง หัวไช้เท้า เข้ากันสุดๆ เมนูใหม่มาแรงของทางร้านก็จะเป็น สะโพกไก่ซอสพริก จิ้มชีส แบบเดียวกับเมนูหลักแต่เปลี่ยนจากซี่โครงหมูเป็นสะโพกไก่แทน โดยสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 4 ระดับ ราคาเริ่มต้นของทุกเมนูจะอยู่ที่ 7,000 – 12,000 วอน

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : สาขาฮงแด โดยรถไฟใต้ดินสถานี Hongik University ทางออก 8 เดินตรงมาเรื่อยๆจะเจอวงเวียนก็เดินไปทางซ้าย ตรงไปอีกนิดเดียวก็จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 นาที สังเกตง่ายๆโดยมีรูปกระทะเป็นหลุมพร้อมด้วยซี่โครงหมูกับชีสขึ้นเป็นป้ายใหญ่อยู่ด้านหน้าร้าน

5. ร้านกาแฟ ขนม บรรยากาศชิลสบายๆ ร้านนี้มีชื่อว่า Ddong Café

ร้านอาหารเกาหลี

ตั้งอยู่ในห้างซัมซีกิล ย่านอินซาดง บรรยากาศภายในร้านโปร่งสบาย ตกแต่งร้านด้วยสีเอิร์ธโทน เน้นวัสดุที่ทำด้วยไม้ เมนูยอดฮิตของทางร้านก็จะเป็นวาฟเฟิลเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมชาเขียว ผลไม้สดและวิปครีม ชุดนี้ราคาอยู่ที่ 12,000 วอน ทานคู่กับชาร้อนนี่ฟินสุดๆไปเลย ร้านนี้เป็นที่ร่ำลือเรื่องไอศกรีมชาเขียวที่มีรสชาติหวานมัน กลมกล่อม แทรกด้วยรสชาติขมนิดๆ อร่อยฟินกันไปเลย การสั่งอาหารที่ร้านโยการที่เราสั่งเมนูที่เคาน์เตอร์พร้อมกับชำระงินให้เรียบร้อย แล้วไปจับจองที่นั่ง พนักงานก็จะส่ง Pager มาให้เรา เมื่อไรก็ตามที่ Pager เรืองแสงนั้นหมายความว่าของที่สั่งได้แล้วให้ไปรับที่เคาน์เตอร์ได้เลย

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินออกสถานี Anguk (สายสีส้ม #328) ทางออก 6 เดินตรงไปจนพบกับ Stone Jangseung Spirit-guardian (เสาหินที่คอยปกป้องหมู่บ้าน) ให้เลี้ยวซ้ายก็จะเข้าสู่ถนนอินซาดง เดินเข้าไปในถนนนี้จะเห็นป้ายซัมซีกิล อยู่ทางซ้ายมือเป็นซอยเข้าไปและก็ถึงตึกซิมซีกิล โดยร้านจะอยู่ชั้นบนสุดของห้างซัมซีกิล (Ssamziegil)

6. ร้าน 1988 โกกิบุลแพ

ร้านอาหารเกาหลี

เป็นร้านบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลี ตั้งอยู่ย่างฮงแดใกล้กับสถานีซังซู (Sangsu) ร้านขนาดไม่เล้กไม่ใหญ่พอจุคนได้เยอะอยู่แต่ถ้ากลัวโต๊ะเต็มและไม่อยากรอคิวนานแนะนำให้มาใกล้เวลาเปิดร้านเลยจ้า พอเข้าไปภายในร้านบรรยากาศก็จะเหมือนร้านบุฟเฟต์เกาหลีทั่วไป ทางร้านจะมีเครื่องเคียงไว้ให้หลากหลายอย่างให้เราบริการตัวเองเดินตักได้เต็มที่เลย เมนูเครื่องเคียงก็จะมีทั้ง สลัดบาร์ กิมจิ มันหวานบด ข้าว และอีกเยอะแยะมากมายหลายเมนู ระหว่างรอหมูมาเสิร์ฟก็เดินตักกันให้เต็มที่ รอสักครู่พนักงานก็นำเนื้อหมูมาเสริร์ฟเป็นชุด พอหมดก็สั่งเพิ่มได้เรื่อยๆ เนื้อหมูภายในหนึ่งชุดนี้ก็ตามที่เราเลือก เนื้อหมูร้านนี้ก็จะมีทั้งหมูสามชั้น (ซัมกยอบซัล) สันคอหมู(มกซัล) หนังหมู (ก็อบเดกี) และเมนูเพิ่มเติมคือสะโพกไก่ ในส่วนของราคาต่อหัวแบ่งเป็นเวลา กลางวัน (12.00-15.00น.) ราคา 9900 วอน กลางคืน (15.00-23.00น.) และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ราคา 12900 วอน ส่วนเด็ก 9900 วอน(ทุกเวลา) อ๋อ!!!ลืมบอก ที่นี้เขาจะไม่เรียกว่าบุฟเฟต์หรอกนะแต่เขาเรียกกันว่า รีฟิล ที่แปลว่าเติมได้ตลอดนั่นเอง

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 6 (สีน้ำตาล) ลงสถานีซังซู (Sangsu) ทางออกที่ 1 เดินเลี้ยวไปตามถนนที่จะตรงไปยังหน้า ม.ฮงงิก จากนั้นเดินตรงไปเรื่อยๆ เจอเซเว่นก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอย wausan-ro 17 gil เดินเข้าไปก็จะเจอร้านเลยจ้า ร้านอยู่ที่ชั้น 2 เดินขึ้นบันไดไป หน้าร้านและหน้าตึกก็จะมีป้ายบ่งบอกชัดเจน

7. ร้าน Hello Kitty Cafe สาขา Hongik University ย่านฮงแด

ร้านอาหารเกาหลี

ร้านนี้ในเกาหลีมีทั้งหมด 4 สาขา สาขานี้เป็นร้านขนาดใหญ่ 2 ชั้น ตั้งอยู่ที่ 18, Wausan-ro 19-gil, Mapo-gu, Seoul, Korea ทั้งด้านในและด้านนอกร้านมีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ภายในร้านชั้น 1 จะมีมุมสั่งอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และของทานเล่น รวมถึงร้านขายของที่ระลึกและที่นั่งอีกนิดหน่อย ในส่วนของชั้น 2 มีที่นั่งเยอะ มุมถ่ายรูปก็เยอะเช่นกัน ในทุกๆ มุมของร้านก็จะมีแต่คิตตี้ล้วนๆ สำหรับคนรักคิตตี้โดยเฉพาะเลยจ้า เรื่องรสชาติของอาหาร ขนม และเครื่องดื่มก็ธรรมดาเหมือนร้านทั่วไปไม่ได้พิเศษอะไรแต่ความพิเศษก็คงจะเป็นบรรยากาศภายในร้านล้วนๆ ร้านนี้ขอมอบให้กับสาวก KITTY ทุกคนจ้า เวลาเปิด-ปิด 9:30 -22:30น.

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินออกสถานี Hongik University ทางออก 9 เดินตรงมาเจอแยกเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกนิดเลี้ยวขวาเข้าถนน Eoulmadang-ro เดินไปอีกนิดร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ สังเกตที่ซุ้มปรูทางเข้าร้านจะเป็นจุดเด่นอยู่ ระยะเวลาโดยรวมที่เดินทางมาที่ร้านนี้ก็ประมาณ 10 นาที

8. ร้าน New andong jjimdak

ร้านอาหารเกาหลี

ย่านฮงแด เป็นร้านอาหารชื่อดังที่ตั้งอยู่ในย่านเมียงดง การตกเเต่งของร้าน นิว อันดง จะจิมดัค ก็คล้ายกับร้านอาหารทั่วไปสไตล์เกาหลี บรรยากาศโดยรวมมีความสวยงามเเละน่ามานั่งกินอาหาร มีที่นั่งซึ่งสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้มากกว่า 50 โต๊ะ ใครที่ชื่นชอบเส้นบุกเหนียวนุ่มแนะนำให้มากินที่ร้านนี้เลยเพราะถือว่าขึ้นชื่อมาก เมนูเด็ดของร้านนี้หลักๆ จะมีอยู่ 3 อย่าง นั่นก็คือ Boneless-Jjimdak (ไก่เลาะกระดูกผัดซอสใส่เส้นบุก) มีรสชาดที่จัดจ้าน Heamul-Jjimdak (ไก่และอาหารทะเลผัดซอสใส่เส้น) และเมนูเด็ดอย่าง Jjimdak (ไก่ไม่เลาะกระดูกผัดซอสใส่เส้นบุก) รสชาติจะออกหวานๆ เค็มๆ มีความเข้มข้นในตัวซอส เวลาเปิด-ปิด 11.00 – 23.00 น.

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : พิกัดร้านอยู่ที่เมียงดง นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานีเมียงดง แล้วออกทางออกที่ 6 เดินไปทางซ้ายเรื่อยๆ จนถึงแยกที่ 5 จะมองเห็น Starsbucks เดินถัดไปอีกนิดจะเจอแยกทางขวา พอถึงแยกแรกเลี้ยวเข้าซอยไปร้านจะอยู่ข้างกับ GS25

9. ร้าน YG REPUBLIQUE

ร้านอาหารเกาหลี

เป็น Restaurant Complex ของค่ายเพลงชื่อดังอย่าง YG ร้านตั้งอยู่ที่ย่านเมียงดง ภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนแรกคือโซนอาหารและคาเฟ่ไว้สำหรับรับประทานอาหาร เบอเกอรี่และเครื่องดื่ม โซนที่สองคือโซนไว้สำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ และโซนสุดท้ายเอาใจนักปิ้งย่างกันไปเลย หมูสามชั้นชิ้นโต กินกับผักสดและเครื่องเคียง พร้อมจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดอร่อยอย่าบอกใคร ถือว่าไปร้านเดียวได้ครบทุกอารมณ์เลย เนื่องจากหรูแล้วราคาอาหารก็ค่อนข้างหรูนิดหน่อย (ก็ไม่นิด) แต่เมื่อเทียบกับวัตถุดิบและรสชาติแล้วก็ถือว่าคุ้ม เวลาทำการโซนคาเฟ่ 10.00 – 23.00 น. โซนผับ 11.00 – 01.00 น. และโซนปิ้งย่าง 11.00 – 23.00 น.

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานีเมียงดง ทางออกที่ 6 หลังจากนั้นเดินเข้าสู่ย่านเมียงดง เดินไปเรื่อยๆ จนผ่านสามแยกจะเจอร้าน Aritaum Top Tevin, HM และ Nanta theatre จากนั้นให้เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปจะเจอ Angel in Us Coffee ด้านขวา หลังจากนั้นเดินต่อไปเล็กน้อยจะเจอร้าน YG Republique

10. ร้าน YOOGANE

ร้านอาหารเกาหลี

เป็นร้านที่ขายเมนูประจำชาติของเกาหลีอีกเมนูอย่าง “ทัคคาลบี” หรือไก่ผัดซอสบาร์บีคิว ที่ตั้งอยู่ในย่านเเหล่งช็อปปิ้งชื่อดังอย่างเมียงดง เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี 1981 ภายในร้านมีพื้นที่ขนาดกว้างขวาง มีโต๊ะให้คุณเลือกนั่งมากมายไม่ว่าจะมาเป็นกลุ่มเพื่อน เดี่ยว หรือครอบครัวก็มีที่นั่งไว้รองรับเสมอ เมนูเด็ดของร้าน เเน่นอนเลยว่าก็ต้องคือทัคคาลบี ผัก ไก่ กับข้าวสวย จะกินกับข้าวสวยก็อร่อยหรือจะสั่งข้าวมาผัดก็ได้ หรือถ้ามันธรรมดาไปคุณสามารถสั่งไก่ผัดหรือจะเป็นอีกเมนูที่นิยมอย่างปลาหมึกผัดก็ได้ ส่วนใครที่ชื่นชอบชีสก็สามารถสั่งเพิ่มมาได้เช่นกัน ร้านเปิด 10:45 – 24:00 น.

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : สาขาเมียงดง 1 รถไฟใต้ดินสาย 4 สีฟ้า ลงสถานีเมียงดง (Myeongdong) ทางออกที่ 6 เดินตรงตามถนน Myeongdong Shopping Street เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงทางเเยกที่ 5 จะเห็นร้านสตาร์บัคแล้วให้เลี้ยวขวา เดินมาจนถึงเเยกเเรกก็ให้เลี้ยวซ้าย ให้สังเกตร้านจะตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ

11. ร้าน Insadong G Jip

ร้านอาหารเกาหลี

เป็นร้านดังเก่าแก่ย่านวัฒนธรรมอินซาดง สำหรับคนที่อยากมาทานอาหารเกาหลีแท้ๆ มีหลากหลายเมนูให้เลือกทั้ง หมู ไก่ เนื้อ และทะเล ราคาไม่แพง รับรองว่าต้องถูกใจกันแน่ๆ บรรยากาศร้านเป็นแนวบ้านเกาหลี สไตล์บุกชน เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 23.00 น. มาถึงก็รอคิวหน้าร้านแล้วรอเรียกชื่อ มีเมนูที่แนะนำคือ Beoseod Bulgogi เนื้อย่างผัดเห็ดเข็มทอง กินกับข้าวร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร หรือ Gochujang Jeyuk Bulgogi หมูย่างผัดซอสพริกเหมาะสำหรับคนทานเผ็ดราคา 7000 วอน นอกจากนี้ยังมีซุปทะเลร้อนๆ เนื้อปลาหมึกจัดเต็มให้เลือกมาทานคลายหนาว จัดว่าเด็ดทั้งรสชาติและราคาเลยทีเดียว

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : ร้านตั้งอยู่ที่ย่านวัฒนธรรมอินซาดง มาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม ลงสถานี Anguk exit 6 จากนั้นเดินเลี้ยวเข้าถนนอินซาดง ร้านจะอยู่ต้นซอย Insadong 12 gil

12. ร้าน Mukshidonna

ร้านอาหารเกาหลี

อีกหนึ่งอาหารประจำชาติยอดฮิตของเกาหลี ที่ทั้งคนเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบและต้องมาลองกันกับเมนูซุปทหารบูเดชิเก ร้านนี้ตั้งอยู่ที่สาขาซัมซองดง เปิดมาตั้งแต่ปี 1995 เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 21.00 น แนะนำมาตอนร้านเปิดใหม่ๆ เพราะถ้าช้าร้านจะเต็มไวมาก คนต่อคิวยาวแบบสุดๆ เมนูแนะนำว่าแน่นอนต้องเป็นซุปทหารบูเดชิเก ซึ่งมีต้นกำเนิดมาในช่วงสมัยสงครามที่ไม่ค่อยมีอะไรกินเลยต้องนำส่วนผสมกับข้าวต่างๆ ที่มีอยู่มาต้มรวมกัน แล้วดันรสชาติอร่อย ทำให้กลายเป็นที่ฮ็อตฮิตมาถึงปัจจุบัน ส่วนประกอบหลักมีต๊อกบ๊กกี เส้นราเมนหรือมาม่า เนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮม ผัก ซีฟู้ดส์ แล้วก็ชีสมอสเซเรร่า ราคาประมาณ 20,000 วอน อิ่มเกินคุ้มนะบอกเลย

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าสายสีส้มสถานี Anguk เดินออกประตูที่ 1 ออกมาปุ๊บก็เลี้ยวขวาเข้าซอยไปเลย ใช้เวลาประมาณแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้วจ้า

13. ร้าน Gogung

ร้านอาหารเกาหลี

ร้านขึ้นชื่อสุดยอดข้าวยำเกาหลี เป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่อง บิบิมบับ มีหลายสาขา แต่วันนี้เราจะแนะนำสาขาที่เมียงดงที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1966 เปิดบริการทุกวันเวลา 11.00 – 22.00 น. เมนูเด็ดสุดของร้านคือข้าวยำในหม้อดินร้อนๆ วิธีการกินที่หลายคนอาจคุ้นเคยอยู่บ้างคือต้องคลุกข้าวให้ทั่ว แล้วปาดให้รอบหม้อ ข้าวยำจะติดก้นหม้อออกไหม้นิดๆ กำลังดี จากนั้นก็รับประทานได้ มีเครื่องเคียงเสิร์ฟคู่กันเช่น กิมจิ สลัดผัก ผักดอง ซุปถั่วงอก เป็นต้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 10000-40000 วอน ซึ่งถือว่าถูกนะถ้ารวมกับรสชาติ

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : สามารถเดินทางมาง่ายๆ ด้วยรถไฟ MRT สายสีฟ้า แล้วลงที่สถานี Myeongdong exit 9 จากนั้นเดินต่ออีกนิดเดียวเท่านั้น ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น

14. ร้าน Imun Seolnongtang

ร้านอาหารเกาหลี

ถือว่าเป็นร้านอาหารในย่านจงโนที่มีความเก่าเเก่มากที่สุดของกรุงโซลเลยก็ว่าได้ และมีอายุมากกว่า 110 ปี บรรยากาศร้านนั้นยังคงเป็นแบบโบราณดั้งเดิมของเกาหลี ใครชื่นชอบสไตล์วินเทจต้องถูกใจกับบรรยากาศภายในร้านแน่นอน ในส่วนของเมนูขึ้นชื่อคือซอลลองทัง เป็นซุปที่ทำมาจากกระดูกวัว มีซุปสีขาวน้ำนมที่ทำจากน้ำซุปวัว รสชาติเข้มข้นเเละหอมหวานน่าทาน กินพร้อมกับกิมจิรสเลิศ ถือว่าเป็นหนึ่งร้านซลอลลองทังที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในโซลเลยทีเดียว ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 7,000 วอน

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : สามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดิน สายที่ 1 จากนั้นลงที่สถานีจงกัก เดินไปเรื่อยๆอีกประมาณ 5 นาทีก็จะเจอร้านเลยจ้า

15. ร้าน Remicone Ice-cream

ร้านอาหารเกาหลี

นับว่าเป็นร้านไอศกรีมขึ้นชื่อของเกาหลีอีกเเห่งหนึ่งของกรุงโซลที่กำลังฮอตฮิตเเละน่าสนใจอย่างมากอยู่ในขณะนี้ การตกเเต่งของร้านนั้นจะเป็นอาคารชั้นเดียวที่เป็นรูปรถบรรทุกสีขาวที่มีความโดดเด่นและน่ารักเป็นอย่างมาก ภายในร้านตกแต่งได้แหวกแนวคล้ายห้องเเล็ปวิทยาศาสตร์เป็นสีขาวสวยงาม ภายในร้านสามารถจุคนที่มาใช้บริการได้มากกว่า 60 ที่นั่ง สำหรับเมนูเด็ดของ Remicone Ice-cream ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ Thunder Bomb ซึ่งจะเป็นไอศกรีมรสวานิลา ที่มีสายไหมประดับอยู่ด้านบน ราคาประมาณ 6,100 วอน นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย สามารถเลือกถ้วย โคน และรสชาติไอศกรีมได้ น่าอร่อยและสนุกสนานไปในตัว เปิดให้บริการทุกวันในเวลาตั้งเเต่ 11.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น.

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Sinsa จากนั้นเลือกทางออกที่ 8 ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 นาที เเล้วมาเลี้ยวขวาในซอยที่ 6 ซึ่งปากซอยจะมีร้าน H&M และร้าน Samsonite ตั้งอยู่ ก็จะเจอร้านเลยจ้า

เป็นยังไงกันบ้างคะ อาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ ถึงแม้ว่าโอปป้าตม.เกาหลีจะโหดร้ายกับเราเพียงใด แต่เรื่องอาหารเกาหลีเราสู้ตายมากนะบอกเลย ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาหลีก็อย่าลืมแวะไปทานอาหารตามร้านเหล่านี้นะคะ รับรองว่าอร่อยและราคาพอรับได้จริงๆ ติดตามบทความดีๆ จากประเทศเกาหลีได้อีกเร็วๆ นี้ค่ะ 🙂

 

แจกลายแทง! ที่เที่ยวโอซาก้า ใครมาก็ต้องเช็คอิน

 

ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆท่านก็คงจะนึกถึงโตเกียว เกียวโต สถานที่เที่ยวฮิตๆ วันนี้มาเปิดประสบการณ์กับเส้นทางใหม่กันดีกว่า “โอซาก้า” จะมีอะไรน่าสนใจ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับ premiumworldtour.info กันดีกว่าค่ะ ..
ปราสาทโอซาก้า

1. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

 

 

แน่นอนว่าต้องคุ้นชื่อกันมาบ้างแล้ว ปราสาทโอซาก้านับว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คและปราสาทที่สวยที่สุดของโอซาก้าเลยค่ะ ใครมาต้องไม่พลาดที่แวะมาเช็คอิน
ใกล้ๆกับปราสาทโอซาก้า จะมีสวนนิชิโนมารุอยู่ใกล้ๆ ในช่วงเดือนเมษายน ที่เป็นช่วงของดอกซากุระผลิบานนั้น สวนนิชิมารุนี้ก็จะเต็มไปด้วยดอกซากุระบานและยังมองเห็นปราสาทโอซาก้า ได้มุมถ่ายรูปสวยๆไปอีกแบบค่ะ

ภายในจะเล่าถึงความเป็นมาของปราสาทแห่งนี้ รวมทั้งมีประวัติและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของโชกุน ฮิเดโยชิโตโยโตมิ ผู้มีคำสั่งให้ก่อสร้างปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ด้วยค่ะ ภายในปราสาทโอซาก้ามีหอคอยอยู่ 8 ชั้น แต่ละชั้นจะมีประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/8UehKe

2. ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)

 

 

สำหรับใครที่อยากชมวิวจากมุมสูงๆ ลองมาสัมผัสกับชิงช้าสวรรค์เท็มโปซานกันได้เลยค่ะ ยิ่งขึ้นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินทั้งโรแมนติกและยังได้รูปวิวสวยๆอีกด้วย ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซานติดชิงช้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของญี่ปุ่นเชียว และมีความสูงถึง 112.5 เมตร
ในการนั่ง 1 รอบ กระเช้าก็จะหมุนอยู่ประมาณ 15 นาที เพื่อให้เราได้ชมวิว และเก็บบรรยากาศค่ะ ในระหว่างนั้นก็มีจะมีเสียงประกอบเป็นภาษาญี่ปุ่น ที่จุดสูงสุดของชิงช้าสามารถมองเห็นวิวได้แบบสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียว
เที่ยวโอซาก้า
ชิงช้าตั้งอยู่ที่ฝั่งขวาชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า Tempozan Market Place โดยก่อสร้างขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาท่าเรือเท็มโปซาน จากเดิมที่นี่เคยเป็นท่าเรือมาก่อนค่ะ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/F3qsF2

3. สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge)

 

 

อีกลายแทงสุดเด็ดของเรานั่นก็คือ “สะพานอาคาชิไคเคียว” เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 3,991 เมตรเลยทีเดียว สะพานอาคาชิไคเคียวเชื่อมต่อระหว่างเกาะฮอนชูและเกาะอะวะจิซึ่งเกาะทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเฮียวโก
สะพานอาคาชิไคเคียวโอซาก้า
ในยามเย็นก็จะได้ชมสีสันสวยๆจากสะพานด้วยค่ะ และในบริเวณนั้น ยังมีสวนสาธารณะไมโกะโคอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเลยไม่นั่งเล่น รับลมบรรยากาศดีๆ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/SB231d

4. ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งโอซาก้า (Osaka Tenmangu Shrine)

 

 

ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งโอซาก้า ศาลเจ้ายอดนิยมของนักเรียน นักศึกษาจะนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การสอบ และนักธุรกิจ แม่ค้า พ่อค้า ก็จะนิยมมาขอพรเรื่องการค้าขายค่ะ
เที่ยวโอซาก้า
ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งโอซาก้า ถูกสร้างในศตวรรษที่ 10 และเคยถูกไฟไหม้มาแล้วหลายครั้ง ศาลเจ้าเทนมานกุจะมีอยู่เยอะแยะมากมายตามสถานที่ต่างๆของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเพื่อศักการะบูชาท่าน สุกาวาระ มิชิซาเนะ หลังจากที่ท่านเสียชีวิตได้ที่กลายเป็นเทพเทนจินหรือเทพแห่งปัญญาที่ชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/dFVCPD

5. ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอเจแปน (Universal Studio Japan)

 

 

ใครมีความฝันว่า.. “ต้องไปขี่ไม้กวาดที่ ฮอกวอตส์ ให้ได้” อยากจะกระซิบบอกว่าที่นี่แหละ ที่ทำให้ฝันเป็นจริงได้ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “Universal Studio Japan” ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองโอซาก้า
universal studio japan
รู้หรือเปล่า..ว่าโซนไหนใน Universal Studio Japan ฮิตสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นเมืองเวทมนตร์อย่างโซนแฮร์รี่พ็อตเตอร์ค่ะ ที่เพิ่งสร้างเสร็จในปี 2014 ที่ผ่านมา นอกจากโซนแฮร์รี่พ็อตเตอร์แล้ว ก็ยังมีโซนอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น มินเนี่ยน สไปเดอร์แมน และโซนอื่นๆก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันค่ะ หากใครสนใจมาเที่ยวแนะนำเลยว่าต้องหาเวลาว่างสัก 1 วันเต็มๆกันไปเลย และมีการแสดงขบวนพาเหรดซึ่งคนจะมาดูเยอะมากเลยค่ะ และของเล่นที่นี่ก็มีให้เลือกเยอะสุดๆ สนุกสะใจกันไปทุกวัย พาครอบครัว หรือพาเพื่อนๆชาวแก๊งค์มาเที่ยวก็ไม่มีเบื่อกันแน่นอนค่ะ
ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอญี่ปุ่น
ภายในสวนสนุก Universal Studio Japan ก็ยังมีร้านขายของฝาก ร้านขายของเล็กๆน้อยๆ และมีร้านอาหารไว้ให้นักท่องเที่ยวเลือกกันได้ตามสบายเลย
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/sDTwS7
เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ มีใครอยากไปตามรอย premiumworldtour.info บ้าง อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆและครอบครัวช่วยกันเมมโลเคชั่นนะคะ เพราะถ้าอ่านคนเดียว จำคนเดียวเดี๋ยวจะไปไม่หมดจ้า ใครไปเที่ยวตามรอยแล้วอย่าลืมมารีวิว และถ่ายรูปสวยๆมาให้ชมบ้างนะคะ : )
ข้อมูลและรูปภาพ : พรีเมี่ยมเวิลด์ทัวร์


 

ขนมเมนูเด็ด!! ที่คนญี่ปุ่นภูมิใจในความเป็นญี่ปุ่น

 

            ในประเทศญี่ปุ่นหากคุณชอบความเป็นเอกลักษณ์ของขนมหวานในญี่ปุ่นหาทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้วคนญี่ปุ่นเขาตั้งใจทำขนมให้มีรสชาติที่ชวนทานเพื่อสุขภาพและยังได้ความเป็นญี่ปุ่นในเรื่องการออกแบบแพ็คเก็จ ที่น่าซื้อเมื่อเราได้ไปเที่ยว ไม่พลาดจะได้ไปลิ้มลองสักครั้งในชีวิต มาเที่ยวกันวันนี้เรา พรีเมี่ยมเวิล์ด ทัวร์ จะนำคุณมาชิมของหวานที่ญี่ปุ่นกันค่ะมีร้านดังๆมากมายเลือกสรรมาให้คุณได้รู้กันค่ะ ตามมาเลยค่ะ

 

ร้าน Le Souffle  jiyugaoka  ToKyo

            มาร้านขนมหวานร้านนี้ตกแต่งร้านน่ารักแบบ คาวาอิ สาวๆน่าจะชอบ มีขนมหวานมากมายในร้านมีเมนูพุดดิ้งน้ำแข็งใส สไตล์ฮ่องกง มีวาฟเฟิล ไอศกรีม ในช่วงวันเสาร์ที่นี่คนไม่เยอะ มาทานขนมหวานต้องใช้เวลารอประมาณ 20 นาที สำหรับเมนู ซูเฟลญี่ปุ่นเขามีเงื่อนไขว่า 1 คน ต้องสั่ง 1 ออเดอร์เท่านั้นค่ะ  ที่ร้านแห่งนี้นอกจากจะมีขนมแล้วยังมีไอศรีมรสวนิลา, ราสเบอรรี่ และลูกแพร์ มาเสริฟพร้อขนมไข่นุ่มเบาๆมีไส้หวานดึ๋งดั๋ง

 

            การเดินทาง : เส้นทางมาที่ร้าน นั่งรถมาจากป้าย Shibaya และนั่งต่อไปลงที่ป้าย Jiyugaoka ออกประตูsouthออกมาจากสถานีรถไฟ เดินเลี้ยวซ้ายตามทางไปจนสุดถนน ตรงหัวมุมมีร้าน Starbucks เดินข้ามไปเจอเลยค่ะร้านยู่บนชั้นสองค่ะขึ้นบันไดไปร้านทั้งร้านสีชมพูหวานแหว่ว ร้านอยู่ด้านในสุด มาหาทานที่โตเกียวได้เลยค่ะวันธรรมดาเปิด เวลา 10.00น.-19.00 น. เสาร์อาทิตย์เปิดเวลา 10.00น - 20.00น.

 

ร้าน Berry Berry

            ร้านแห่งนี้มีขนมมากมายไว้เอาใจเด็กๆ ส่วนใหญ่ที่เลือกมาคือในเรื่องรสชาติของพุดดิ้ง เป็นขนมหวานชื่อดังประจำร้านนี้ค่ะร้านนี้ใช้ผลไม้เป็นวัตถุดิบเลือกมาให้เด็กๆได้ทานมีสตอเบอรรี่และผลไม้ตามฤดูกาล พุดดิ้งหนึ่งถ้วยด้านบนประกอบด้วยมาการรอง รสสตรอเบอร์รี่ และมาการองชาเขียว มีผลไม้เชื่อมที่เป็นเนื้อพุดดิ้งอร่อยมากมาชิมดูสิค่ะรับรองจะติดใจ อร่อยสุโค่ย...เลยค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถมาลงป้าย Shgibaya และนั่งไปลงที่ป้าย Jiyugaoka ออกจากสถานีรถไฟ เลี้ยวซ้ายไปจนสุดถนนเจอร้านStarbucks ข้ามถนนไปเจอร้านขึ้นไปชั้น 2 ค่ะ

 

 

 

ร้าน  Mont St. Clair

            ร้านแห่งนี้มีขนมเค้ก Hazel Nut  รสชาตินุ่มนวลกลมกล่อม ร้านนี้เจ้าของได้รับรางวัลระดับประเทศในการประกวดทำขนมญี่ปุ่น อายุน้อยที่สุด ร้านนี้คนแน่นมากมีทั้งขนมเค้กที่น่าทานมาทานต้องทำใจนะค่ะรอประมาณ 30 นาทีมีเค้กชีส รสชาติเนียนนุ่มอร่อยมากๆ  ขนมเค้กทำจากผลไม้เช่นสับปะรด   ลูกพีชค่ะ

 

การเดินทาง:  จากสถานี Jiyugaoka central exit   ประมาณ 10 นาทีค่ะ ร้านตั้งอยู่ที่  Meguro Jiyugaoka 2-22-4 ค่ะ

 

ร้าน มองบลังค์

            ที่ญี่ปุ่นมีขนมมองบลังค์ที่ดัดแปลงโดยเอาวัตถุดิบที่มีในญี่ปุ่น มานำเสนอในหลายรูปแบบ เช่น เกาลัด ฟักทอง เผือก มาผสมกันกับวิปปิ้งครีม ปรุงแต่งด้วยน้ำตาล ใส่เหล้ารัมเพื่อเพิ่มความหอมผสมทำเป็นมูสส่วนเนื้อเค้กเป็นแท่งช็อคโกแลตที่บดละเอียดผสมกับเนื้อเกาลัด และอื่นๆ ใส่แพ็คเก็จสวยหรู มาหาทานได้ค่ะที่มองบลังค์ร้านอยู่ใกล้สถานี Jiyugaoka ค่ะ

 

 

 
 

ร้าน Temma Curry

            ร้านแห่งนี้มีขนมอร่อยอยู่ตรงทางเข้าวัด Asakusa  เป็นร้านขนมซาลาเปาทอดไส้ต่างๆ รสเด็ดทอดแบบร้อนๆ มีเมล่อนปัง หวานกรอบหอมอร่อยสมคำร่ำลือ พวกของทอดนี้ มีซาลาเปาทอดที่คิวยาวมากส่วนใหญ่เป็นร้านที่อยู่ตามแนวทางเดินที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยววัด Asakusaค่ะจะได้ลิ้มลองกันค่ะ

การเดินทาง : ร้านอยู่ใกล้วัด Asakusa ค่ะ

  ค่ะเป็นไงกันบ้างค่ะเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดที่จะมาชิมลิ้มลองร้านขนมหวานที่น่าทานที่สุดหาในเมืองไทยไม่มีอีกแล้ว ซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ด้วยค่ะ หาเวลาแวะกันนะค่ะ  พุงแตกแน่เลยค่ะ  วันนี้ขอลาไปก่อนนะจ้ะ สวัสดีค่ะ

แหล่งข้อมูล: พรีเมี่ยมเวิล์ด


วันนี้ premiumworldtour.info จะพาคุณไปอินเทรนด์กับเกาหลีฟีเว่อร์แบบสุดๆ!! เราได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเกาหลี Check in ที่กรุงโซล เมืองที่ถูกใช้ถ่ายทำฉากในซี่รีย์เกาหลีบ่อยๆ มาไว้ที่นี่หมดแล้ว ใครที่ดูซีรีย์เกาหลีต้องชื่นชอบมากแน่ๆ หรือถ้าใครที่กำลังจะไปเที่ยวต้องถูกใจ เรามีแผนที่ปักหมุดไว้ให้พร้อม ใครพลาดที่ไหนบอกเลยว่าเอ้าท์สุดๆ!! มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้าง…

 

1. พระราชวังคย็องบก

 

พระราชวังคย็องบก ตั้งอยู่ที่ตอนเหนือของโซล เป็นหนึ่งในห้าพระราชวังใหญ่สุดที่สร้างขึ้นโดยราชวงศ์โชซ็อน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1937 โดยในช่วงต้นราชวงศ์โชซ็อนมีตำหนักอาคารมากถึง 200 อาคาร แต่ตำหนักบางส่วนต่าง ๆ ของพระราชวังนั้นถูก ได้ถูกทุบทำลายและ ถูกเผาทิ้งไปเป็นจำนวนมากในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกประเทศเกาหลี โดยในปัจจุบันมีตำหนักทั้งสิ้น เพียง 10 ตำหนัก

 

 

ไฮไลต์ของการมาเที่ยวพระราชวังคย็องบก อยู่ที่ พิธีเปลี่ยนเวรยาม สไตล์ราชวังเกาหลี ซึ่งทางด้านหน้าพระราชวังจะมีพิธีเปลี่ยนเวรยามทหารให้ชม โดยใช้เวลารอบละไม่เกิน 20 นาที ซึ่งแต่ละรอบก็จะมีช่วงเวลากำหนดอยู่

 

พิธีการเปลี่ยนเวรยามทหารหน้าประตู :

  • พิธีเปลี่ยนเวรยาม 10:00 น., 14:00 น. ใช้เวลาครั้งละ 20 นาที
  • พิธีสวนสนาม 11:00 น., 13:00 น. ใช้เวลาครั้งละ 10 นาที
  • พิธีฝึกซ้อมยามทหารหน้าประตู 09:30 น., 13:30 น. ใช้เวลาครั้งละ 15 นาที *ยกเว้นวันอังคาร*

ราคา :

  • ผู้ใหญ่ (19-64 ปี) 3,000 วอน
  • เด็ก (7-18 ปี) 1,500 วอน
  • ต่ำกว่า 6 ปี และ 65 ปี+ ฟรี

เวลาเปิด-ปิด : ปิดทุกวันอังคาร

  • เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เวลาเปิด-ปิด 09:00 – 17:00 น.
  • เดือนมีนาคม – พฤษภาคม เวลาเปิด-ปิด 09:00 – 18:00 น.
  • เดือนมิถุนายน – สิงหาคม เวลาเปิด-ปิด 09:00 – 18:30 น.
  • เดือนกันยายน – ตุลาคม เวลาเปิด-ปิด 09:00 – 18:00 น.

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 3 สีส้ม ลงสถานีคยองบกกุง (Gyeongbokgung) ทางออกที่ 5 ออกมาจะเจอ The National Palace Museum of Korea และพระราชวังจะอยู่ทางขวามือ

แผนที่ https://goo.gl/maps/PqestW8khU72

2. N Seoul Tower

หอคอยโซล ตั้งอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ หรือบางครั้งเรียก “นัมซันทาวเวอร์” เพราะตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน ซึ่งเป็นหอคอยที่มีความสูง จากฐาน ประมาณ 236.7 เมตร หอคอยนี้ได้รับว่าเป็น สัญลักษณ์แห่งโซล เนื่องจากมึความสวยงามมาก ในตอนกลางคืน ทำให้เป็นที่สนใจทั้งผู้คนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ขึ้นไปบนหอคอย เพื่อไปชมความสวยงาม ของโซลในยามค่ำคืน
สถานีเคเบิ้ลคาร์ : สถานี Myeong-dong Station (สาย 4) ทางออก 3 เดินไปตามถนนด้านขวามือของโรงแรม Pacific Hotel ประมาณ 15 นาที เปิดบริการช่วงเวลา: 10:00 – 23:00

วันปิดทำการ : เปิดทุกวัน

ค่าเข้าชม :

ค่าเข้าชมวิว ผู้ใหญ่ 9000 วอน เด็ก 7000 วอน
ค่าเข้าชมพิพิธภัณท์ ผู้ใหญ่ 12000 วอน เด็ก 6000 วอน
แพคเกจผู้ใหญ่ (N Seoul Tower + พิพิธภัณฑ์ ALIVE MUSEUM) 15,000 วอน
แพคเกจเด็ก (N Seoul Tower + พิพิธภัณฑ์ ALIVE MUSEUM) 11,000 วอน
เวลาเปิด-ปิด : 10.00-23.00 ยกเว้นวันเสาร์ จะปิด 24.00 *เข้าชมก่อนเวลาปิด 30 นาที

วิธีการเดินทาง

1. รถบัส Namsan Circular Shuttle Bus สาย 02

ขึ้นรถบัสได้จากสถานีรถไฟใต้ดินต่อไปนี้: สถานี Chungmuro Station (รถไฟใต้ดินสาย 3, 4) ทางออก 2 (หน้าโรงภาพยนตร์ Daehan Cinema) หรือสถานี Dongguk University Station ทางออก 6 ให้บริการทุกๆ 15 นาที ช่วงเวลา 07:00 – 24:00

2. รถบัส Namsan Circular Shuttle Bus สาย 03

ขึ้นรถบัสได้จากสถานีรถไฟใต้ดินต่อไปนี้: สถานี Seoul Station, Seoul Square (สาย 1, 4) ทางออก 9 หรือ สถานี Itaewon Station (สาย 6) ทางออก4 หรือ สถานี Hangangjin Station (สาย 6) ทางออก 2 ให้บริการทุกๆ 20 นาที ช่วงเวลา 07:30 – 23:30

3. รถบัส Namsan Circular Shuttle Bus สาย 05

ขึ้นรถบัสได้จากสถานีรถไฟใต้ดินต่อไปนี้: สถานี Myeong-dong Station (สาย 4) ทางออก3 หรือ สถานี Chungmuro Station (สาย 3) ทางออก 2 (หน้าโรงภาพยนตร์ Daehan Cinema) ให้บริการ every 15 min ช่วงเวลา 07:30 – 23:30

แผนที่ https://goo.gl/maps/yxh7YtV2YMD2

 
3. พระราชวังชางด็อกกุง – Changdeokgung Palace

เกาหลี_ที่เที่ยวโซล

พระราชวังชางด็อกกุง หรือ Changdeokgung Palace เป็นพระราชวังหลวงวังที่สองที่สร้างต่อจากพระราชวังคยองบกกุง ในปี ค.ศ.1405 เป็นพระราชวังที่มีความสำคัญอย่างมากต่อกษัตริย์หลายๆ พระองค์ในราชวงศ์โชซอน ที่มีสภาพดีและสมบูรณ์ที่สุดใน 5 พระราชวังหลวงทั้งหมดที่ยังคงเก็บรักษาไว้ ซึ่งภายในประกอบด้วยพื้นที่สาธารณะ อาคารพระราชวังสำหรับราชวงศ์ และสวนบีวอน(Biwon) หรือรู้จักกันในนามสวนฮูวอน(Huwon)

สวนหย่อมด้านหลังที่เต็มไปด้วยต้นไม้ยักษ์อายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาพักผ่อน มีความธรรมชาติมากที่สุด ไว้เป็นที่พักผ่อน ช่วงเวลาทีสวยงามที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง และที่นี่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

หมายเหตุ: การเข้าชมสวนฮูวอน(สวนลับ) จะต้องมีไกด์เท่านั้น

วันและเวลาเข้าชม พระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace)

เมษายน – กันยายน: 9:00-18:30
ตุลาคม: 9:00-18:00
พฤศจิกายน และ มีนาคม: 9:00-17:30
ธันวาคม และ กุมภาพันธ์: 9:00-17:00
วันและเวลาเข้าชมสวนลับหรือสวนต้องห้ามฮูวอน (Huwon)

เมษายน – ตุลาคม: 9:00-16:30
พฤศจิกายน และ มีนาคม: 9:00-15:30
ธันวาคม และ กุมภาพันธ์: 9:00-15:00 *** การเข้าชมฮูวอน (Huwon Course) ต้องมีไกด์ทัวร์เท่านั้น***
อัตราค่าเข้าชมพระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace)

ผู้ใหญ่ (อายุ 19-64 ปี) 3,000 KRW / เด็ก (อายุ 7-18 ปี) 1,500 KRW
แบบกลุ่ม (10 คนขึ้นไป): ผู้ใหญ่ (อายุ 19-64 ปี) 2,400 KRW / เด็ก (อายุ 7-18 ปี) 1,200 KRW
สวนลับ หรือสวนต้องห้าม หรือฮูวอน (Huwon)

ผู้ใหญ่ (อายุ 19 ปีขึ้นไป) 8,000 KRW (รวมค่าเข้าชม Changdeokgung Palace แล้ว)
เด็ก (อายุ 7-18 ปี) 2,500 KRW
การเดินทาง

Seoul Subway Line 3 ไปยัง Anguk Station เดินไปยังทางออกที่ 3 และเดินตรงไปประมาณ 5 นาที
Seoul Subway Line 1, 3 หรือ 5 ไปยัง Jongno 3 (Sam)-ga Station เดินไปยังทางออกที่ 7 เดินไปตาม Donhwamun-ro อีก 10 นาที
แผนที่ https://goo.gl/maps/ErTGsX2JUcA2Klik hier om aan te passen

4. ย่านช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองดง (Myeong-dong)

 

ย่านช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ฮิตและคักคักที่สุดของกรุงโซล ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวก นับว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมเลยทีเดียว

 

 

ภายในตลาดเมียงดงเต็มไปด้วยร้านค้า และร้านอาหารนับไม่ถ้วน เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและนักช้อป

 

วิธีการเดินทาง

  • รถไฟใต้ดินสาย 4 สถานีเมียงดง ทางออกหมายเลข 5 6 7 8 และ 9
  • รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานีอึลจิโร่-1-กา (Euljiro-1ga) ทางออก 5,6,7,8

แผนที่ https://goo.gl/maps/hj8SMydNhR92

5. คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon)
คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คลองชองเกชอน หรือ ชองเคยอน เป็นคลองที่มีภูมิทัศน์รอบๆที่ร่มรื่นและสวยงาม กลายเป็นแหล่งเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางเมืองที่วุ่นวาย บริเวณสองข้างทางริมคลองยังเต็มไปด้วยร้านคาเฟ่และร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ให้ไว้นั่งพักผ่อนอีกด้วย และในช่วงเวลากลางคืนนั้นจะมีการเปิดไฟประดับตามทางเดิน จึงสามารถเดินเล่นเรียบคลองแห่งนี้ได้อย่างเพลิดเพลิน

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมงทุกวัน

วิธีการเดินทางมาคลองชองกเยชอน(Cheonggyecheon Stream) 

รถไฟใต้ดินสาย 1 สถานี City Hall, Jonggak, Jongno 3-ga, Jongno 5-ga, Dongdaemun, Sinseol-dong
รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี City Hall, Euljiro 1-ga, Euljiro 3-ga, Euljiro 4-ga, Sindang, Sangwangsimni
รถไฟใต้ดินสาย 1,3 และ 5 สถานี Jongno 3-ga
รถไฟใต้ดินสาย 4 สถานี Dongdaemun History & Culture Park
รถไฟใต้ดินสาย 5 สถานีGwanghwamun
แผนที่ https://goo.gl/maps/riwMbBsTSwo

แหล่งข้อมูล : พรีเมี่ยมเวิล์ดทัวร์

มาเที่ยวญี่ปุ่น มีร้านอาหารที่เมนูถูกสุดหาทานในแบบฉบับราคาประหยัดเป็นอาหารแบบดั้งเดิมหรือเมนูสุดปัง เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น คุณจะได้ลิ้มลอง ทางพรีเมี่ยมเวิล์ด ทัวร์อยากแนะนำอาหารที่ราคาไม่แพงเรียกว่าถูกที่สุดแล้วมาให้รู้จักแหล่ง ว่าอยู่ที่ไหนทั้งอร่อยทั้งถูกปากราคาประหยัด ตามมากันเลยค่ะ

1.Suzume no Oyado  คิจิ โจจิ                                                                                                         ร้านอาหารที่มีเมนูน่าทานมาหาทานได้ช่วงตอนกลางวันและตอนกลางคืน  บรรยากาศอิซากะแบบญี่ปุ่น ในราคาไม่เกิน 500   เยน ต้องมาที่ Suzume no Oyado เท่านั้น เวลากลางวันเปิด 11.30-14.30 น.                                                         การเดินทาง :  จากสถานีคิจิโจจิ เดินออกทางประตูสวนอิโนะคาชิระ มา 1 นาที

2.Curry House 11 Imasa ชินจูกุ

อาหารที่นอกจากถูกยังไม่พอยังอยู่ใกล้สถานี โอดาคิวซินจูกุ ราคาถูกมากกกก เป็นเมนูราคาย่อมเยาเหรียญเดียวเอาอยู่มีเมนู ข้าวแกงกระหรี่ไก่ หมู เนื้อ และ hamkatsu curry  อร่อยอิ่ม สบายกระเป๋า เวลาเปิด จันทร์-ศุกร์ 07.00 น - 23.00น. เสาร์ 7.00น - 22 .00 น.  ราคาอยู่ที่ไม่เกิน 500เยนค่ะ

การเดินทาง : ใกล้สถานีโอดาคิวซินจูก central gate 

3.Hidakaya Higashi – Ginza

ร้านราเมนแฟรนไชส์ที่ได้พบเจอในท้องถนนที่โตเกียว มีป้ายหน้าร้านที่เป็นอักษรภาษาญี่ปุ่นเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นหิวก็เข้าไปเลย มีร้าน Hidakaya Ramen  ราคาเริ่มต้น 210เยน บรรยากาศในร้านเรียบง่าย สะอาด  จะอิ่มอร่อยได้เหมือนเทียบเท่ากับร้านของแพงเลยละ มีเมนูที่น่าทานคือ ราเมนถ้วยเบิ้ม ทั้งแบบน้ำและแบบแห้ง มีน้ำซุปพร้อมเสิร์ฟซดให้ลื่นคอ และ ข้าวผัดที่อร่อยมากกินคู่กับเกี๊ยวซ่า

การเดินทาง: นั่งรถไฟ Toei Line สาย Asakusa Line มาลงที่สถานี Higashi – Ginza แล้วเดินอีก 2 นาทีเปิด 24 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นที่ 210 เยน

4.ร้าน Gyoza no Ohsho Ikebukuro

มาเที่ยวญี่ปุ่นอยากลองอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นต้องมาที่ร้าน Gyoza no Ohsho Ikebukuro  เมนูอาหารที่แนะนำคือเกี๊ยวซ่าหน้าตาแสนจะธรรมดา เน้นเสิร์ฟเหมือนเราทานข้าวอยู่ที่บ้านและยังมีหลายเมนูที่ผัดสไตล์จีน ราคาประหยัดประมาณ         เริ่มต้น 130 - 500 เยน

การเดินทาง:  นั่งรถไฟ JR สาย  Yamanote Line  มาลง  Ikebukuro  แล้วเดินอีก 5 นาที ค่ะ

5.ร้าน  Saizeriya Yurakucho

ร้านอาหารที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นอาหารสไตล์อิตาลีที่ลงตัวกันอย่างอร่อย หากใครเบื่ออาหารซูชิมาเลือกทานได้ที่นี่ค่ะมีพิซซ่าแป้งหน้าบาง  ขายถาดละ 499 เยน สปาเก็ตตี้  ราคาจานละ 399 บาท  มีเมนูปีกไก่ทอดที่น่าทาน 299 เยน  และสลัดที่มีผักสุขภาพดี ชามละ 349 เยน  มาเลือกรับประทานไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ราคาเริ่มต้นที่ 150เยนค่ะ

การเดินทาง:  อยู่ที่  Ginza  นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Yurakucho แล้วเดินอีก 3 นาที

6.ร้าน Matsuya Shinjuku Nishiguchi

ร้านนี้ขายอาหารรูปแบบที่หนุ่มสาวออฟฟิสชอบมาฝากท้อง ร้านดังมากคนไทยไม่ค่อยรู้จักหากใครมาญี่ปุ่นบ่อยต้องรู้และแวะมาชิม ราคาแสนถูกมากหาร้านได้ง่ายอีกด้วยมีอยู่ทั่วไปทุกซอกทุกมุมในญี่ปุ่นเมนูที่ร้านมีข้าวหน้าหมูและข้าวหน้าเนื้อวัวราคาไม่แพงอยู่ที่  240 เยน ต่อจาน และมีข้าวหน้าแกงกะหรี่สำหรับใครที่ชอบ มีเสิร์ฟด้วยสลัดผักที่เป็นเซ็ตก้อไม่แพง มีน้ำซุปร้อนๆให้ด้วย ราคาก็ประมาณ 850 เยน

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JRสาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Shinjuku แล้วเดินอีก 7 นาที  เปิด 24 ชั่วโมง

7.ร้าน Yude Taro Takebashi

ร้านนี้เป็นร้านที่ขายเส้น เป็นเมนูเฉพาะเส้นอย่างเดียวเป็นเส้นโซบะและเส้นอุด้งเมนูนี้เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปที่ออกรสชาติหวานและเค็มกินกับเส้นกำลังดี อร่อยสไตล์ญี่ปุ่น และยังมีกุ้งเทมปุระให้ทานเพิ่มความฟินไปอีกเป็นเมนูที่ทานแล้วไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋าเลย ราคาเพียง  320 เยนเท่านั้น ชอบแบบเผ็ดก้อสั่งแบบสไปซี่ไปเลยค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟJR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Kanda แล้วเดินอีก 8 นาที

8.ร้าน Nakau Tokyo

ร้านนี้มีข้าวหน้าต่างๆ ที่หาทานง่ายในร้านอาหารญี่ปุ่น มีเมนูที่เสิร์ฟรวดเร็วเป็นที่ถูกใจหนุ่มสาวชาวออฟฟิสและที่สำคัญราคาถูกค่ะ ที่ญี่ปุ่นนี้อาหารส่วนใหญ่เป็นชุดร้านดูสะอาดมาก ตกแต่งสวยงามหน้าตาอาหารก็น่าทานและมีข้าวหน้าไก่และไข่ที่เหมาะสำหรับคนทานยากหรือเลือกทาน รับประกันรสชาติเลยทีเดียวมีเมนูที่เป็นอุด้งด้วย ในช่วงฤดูร้อนนิยมเส้นอุด้งมากที่ญี่ปุ่น สีสันของอาหารก็น่าทาน หากชอบเผ็ดก็เป็น Spicy Miso ราคาทีนี่ก็ไม่แพงเริ่มต้นเพียง 340 เยนเท่านั้นร้านเปิด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line  มาลงที่สถานี Tokyo แล้วเดินอีก 4 นาที

9.ร้าน Tokyo chikara Meshi

มาร้านในญี่ปุ่นอาหารราคาเริ่ม 390 เยน ร้านชื่อ Tokyo Chikara Meshi หาร้านได้ไม่ยากในร้านสบายๆ มีข้าวหน้าหมูที่ชิ้นไม่ใหญ่นักมีความนุ่มที่ไม่เหนียวกัดขาดในคำ มีข้าวญี่ปุ่นที่เม็ดอวบรสอร่อย ที่เห็นแล้วแทบทนไม่ไหวหากใครชอบทานเนื้อก็มีทำให้เป็นอย่างดี หมักซอสด้วยสูตรที่เจ้าของร้านทำเฉพาะและมีข้าวหน้าแกงกระหรี่มาเพิ่มก็น่าทานค่ะ ยังมีสลัดทอดผักสดสั่งมาทานเล่นค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote  Line มาลงสถานี Ikebukuroแล้วเดินอีก 5 นาที

10.ร้าน Sakura  suisan

ร้านอาหารที่ญี่ปุ่นนิยมเสิร์ฟเป็นชุดมีอาหารกลางวันที่น่าทานราคาไม่แพง  มีข้าวเมนูที่เป็นปลาไก่หมู มากมายไม่จำกัดเช่น หมูทอดทงคัสตึ น่าสนใจ หมูทอดกรอบที่ราดซอสกินกับข้าวญี่ปุ่น ขายหวังกำไรกันหรือเปล่าไม่รู้ จัดมาคุ้มมาก ราคาแสนถูกเริ่มต้นที่ 500เยน

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro มาลงที่สถานี Tozai Line มาลงที่สถานี Nishi –Kasai แล้วเดินอีก 10 นาที

11.ซูกิยะ

เมนูอาหารเช้าซูกิยะ มีขายตั้งแต่ตีห้าถึงสิบโมงครึ่ง มีชุดข้าวราดไข่ 220เยน ประกอบด้วย ซุปมิโสะ ไข่ดิบ โชยุ สำหรับสาหร่าย ฮิจิคิ และสาหร่ายแผ่น ทำเป็นไซส์เล็ก มินิ เหลือราคา 190 เยน และชุดใหญ่ 250 เยน

และมีเมนูที่ราคา 320 เยน มีข้าว ไข่ลวก น้ำซุปมิโสะ สาหร่ายฮิจิคิแบบแผ่น ปลาแซลมอน หรือเป็นเนื้อก็ได้  ชามเล็ก 110เยน และมีถั่วเน่าก็ 300 เยนค่ะ

การเดินทาง:  หาทานได้ทั่วไปตามร้านแฟรนไชส์ในตอนเช้าที่ญี่ปุ่นค่ะ

12.เทนยะ

ร้านเทมปุระแฟรนไชส์ มีอาหารเป็นราคาแสนธรรมดาแต่รสชาติที่ไม่ธรรมดา มีราคาเป็นมิตร  ทุกเมนูราคา 380 เยน มีข้าวหน้าเทมปุระ , ข้าวหน้าเทมปุระราดน้ำซุป , อุด้งราดเทมปุระ อาหารที่เป็นเมนูน่าทานคือ เทมปุระกุ้งกับโซบะหรืออุด้ง ราคา 480 เยน   มีข้าวหน้าเทมปุระ หน้ากุ้ง รากบัว และผักต่างๆ  ราคา 720 เยน  เทมปุระผักกับโซบะ หรืออุด้ง 480 เยน  มาหาทานได้ค่ะอร่อยมื้อเช้าสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ 

การเดินทาง : หาทานได้ทั่วไปตามร้านแฟรนไชส์ในตอนเช้าที่ญี่ปุ่นค่ะ และที่สนามบินฮาเนดะค่ะ

เป็นไงกันบ้างสำหรับอาหารญี่ปุ่นราคาถูกที่คนไทยไม่ค่อยจะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้างถูกจริงหรือไม่มาญี่ปุ่นไปเลือกทานกันเลย มีหลายเมนูที่เรานำเสนอมาให้สุดประหยัดจริง ๆ อิ่มอร่อยแบบเหลือเงินในกระเป๋ากันค่ะ มาเที่ยวญี่ปุ่นจัดเลยนะค่ะ  วันนี้ของตัวไปก่อนนะค่ะ สวัสดีค่ะ

แหล่งข้อมูล:Premiumworldtour.info

Hello!! รู้ไว้ก่อนไปญี่ปุ่น

รู้ไว้ก่อนไปญี่ปุ่น
ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นจัดว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือชื่อเดิมคือเอโดะ มาทำความรู้จักญี่ปุ่นในทุกๆเรื่องเพราะที่แห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น มีความเจริญมากที่สำคัญในโตเกียวมีจักรพรรดิประทับอยู่ที่เมืองแห่งนี้ด้วย วันนี้ พรีเมี่ยมเวิลด์ ทัวร์พาคุณมาสัมผัสรู้ทุกอย่างก่อนที่จะเดินทางมาญี่ปุ่นจะได้มีข้อมูลเบื้องต้น ได้ทราบกันค่ะตามมาเลยค่ะ
รู้จักญี่ปุ่นกันเถอะ

ใครๆก็อยากมาเที่ยวญี่ปุ่นก็ไม่แปลกเลยโตเกียวคือเมืองหลวงและเป็นที่ตั้งของรัฐบาลมีประชากรอยู่หนาแน่นเป็นสองเท่าของกรุงเทพฯประมาณ 130 คน ประชากรมาอาศัยอยู่เป็นกระจุกกันตามที่ราบและหุบเขาต่างๆ และมีเกาะหลักที่ใหญ่ที่สุดคือ เกาะออนชู เหตุที่ประชากรมารวมกันเหมือนว่าหนาแน่น รวมทั้งรอบๆโตเกียว ญี่ปุ่นเคยแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับใช้เวลาสร้างชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จนทุกวันนี้

ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

– ขึ้นลงบันไดเลื่อนให้ยืนชิดซ้าย หากเร่งรีบให้เดินในช่องทางขวา ยกเว้นบางพื้นที่เช่นที่ภูมิภาคคันไซ คนญี่ปุ่นจะยืนชิดขวา และเปิดพื้นที่ทางซ้ายสำหรับการเดินทางขึ้นลง รวมถึงการเดินบนทางเท้าด้วย คนญี่ปุ่นจะแบ่งช่องทางเดินอย่างชัดเจน
เป็นระเบียบคนที่มาท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นเป็นอย่างดี
– งดการพูดคุยโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะโดยสารรถประจำทางขนส่งสาธารณะ เช่นรถประจำทางและรถไฟและปิดเสียงโดย ใช้วิธีระบบสั่น
– การเข้าคิวเป็นเรื่องปกติของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นที่ห้องน้ำ หรือรอคิวร้านอาหารและซื้อของตามร้านค้า โดยคนแก่หรือเด็กก็ ต้องเข้าแถว
– เวลาเข้าลิฟท์ผู้ที่เข้าคนแรกควรกดเปิดประตูลิฟท์ให้ผู้โดยสารคนอื่นเข้ามาในลิฟท์และกดให้คนอื่นๆออกจากลิฟท์ไปก่อนหากไปที่ชั้นเดียวกันผู้กดลิฟท์เป็นผู้หญิง คนโดยสารเป็นผู้ชายทั้งหมดก็ไม่แปลกค่ะ
– เวลาชำระเงินควรวางเงินไว้ในถาดที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้ ข้อดีเป็นการป้องกันการสับสนเรื่องเงินทอนคืน หากเราจ่ายด้วยธนบัตรใบใหญ่ จะต้องวางเงินทอนในถาดของคนนั้นๆที่พนักงานทางร้านหยิบธนบัตรมาจำง่ายด้วยว่าเป็นเงินของ
ลูกค้าคนไหน
– เมื่อต้องการไปรับบริการจากร้านค้าควรให้พนักงานบริการลูกค้าที่อยู่คนแรกก่อนจนกว่าจะบริการคนแรกเสร็จก่อนแล้ว จึงรับบริการไม่ควรแทรกหรือถามเรียกพนักงานบริการมาบริการตนเองก่อน
– หลีกเลี่ยงการพูดคุยในที่สาธารณะ คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญในการให้ความเคารพความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคลไม่ว่าจะ เป็นบรรยากาศที่สถานีรถไฟจะเห็นว่าจะไม่ค่อยได้ยินในที่สาธารณะหลังเลิกงานต่างคนต่างรักษาเคารพซึ่งกันและกัน
– แยกขยะทิ้ง ทิ้งขยะให้เป็นที่และจะไม่พบถังขยะตามทางเท้ายกเว้นร้านสะดวกซื้อและสถานีรถไฟและภายในอาคาร
– ขับรถโดยคำนึงถึงคนเดินเท้า โดยเฉพาะทางม้าลายที่รถต้องหยุดให้คนเดินไปก่อนไม่มีการบีบแตรไล่หรือขับผ่านโดยไม่ หยุด ที่ทางม้าลาย
– ไม่ใช้ตระเกียบของตนเองคีบอาหารให้คนอื่น หากจะคีบอาหารให้คนอื่นต้องใช้ตะเกียบคู่ใหม่หรือกลับด้านตะเกียบเพื่อคีบ อาหารและผู้ที่รับอาหารไม่ควรเอาตะเกียบของตนมาคีบรับอาหารแต่ยื่นจานของตนให้ใส่อาหาร
– การอาบน้ำออนเซนต้องเปลือยผ้าทั้งหมดห้ามใส่เสื้อผ้า หรือผ้าเช็ดตัวลงไปในบ่อ ออนเซน เพราะคนญี่ปุ่นถือความสะอาด เป็นสำคัญ
– สำหรับคนสูบบุหรี่ ควรมีที่เขี่ยบุหรี่ถือมาด้วย ห้ามทิ้งหรือเขี่ยบุหรี่ลงบนพื้น มีกฎหมายปรับอีกด้วย
– ควรทิ้งกระดาษทิชชูลงในชักโครก ที่ญี่ปุ่นมีกระดาษทิชชู่ เขาจะแยกไว้อย่างชัดเจนในห้องน้ำจะเป็นกระดาษมีเส้นใยสั้น ทำให้เปื่อยยุ่ยได้ง่าย ดังนั้นจึงทิ้งกระดาษลงชักโครกได้ไม่ทำให้อุดตัน
– ของหายได้คืนชัวร์ คนญี่ปุ่นมีวินัยสูง ของหายมักได้คืนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ยิ่งเฉพาะในรถไฟที่อาจลืมของไว้ให้ไปรับที่ สถานีได้เลย
– ไม่ต้องให้ทิป คนญี่ปุ่นถือเรื่องการบริการที่ทำด้วยใจ ดังนั้นพนักงานในญี่ปุ่นหากวางเงินไว้บนโต๊ะพนักงานจะวิ่งตามเอาเงินมาคืนคุณค่ะ
– กฎสำหรับการมาชมดอกซากุระหลายคนอาจไม่รู้ว่าการชมดอกซากุระนั้นมีการห้ามจับต้นซากุระเด็ดขาดและเด็ดดอกซากุระเพราะจะทำให้ต้นเฉาตายหรือต้นบอบช้ำได้
– ห้ามเดินไปกินไป คนญี่ปุ่นถือมากให้อดใจรอไม่ควรเดินไปทานไปและบนรถไฟฟ้าด้วยค่ะ
– มาเที่ยวทานบะหมี่ที่ญี่ปุ่นต้องทำเสียงให้ดังแสดงให้เห็นว่าของเขาอร่อย ยิ่งซดดังยิ่งดีค่ะ
– รองเท้าในห้องน้ำห้องน้ำส่วนมากมีรองเท้าแตะไว้ให้ใส่ในห้องน้ำเพื่อกันพื้นสกปรก
– คนสักห้ามแช่ออนเซน กฎที่ถือกันมาคือป้องกันไม่ให้พวกแก๊งยากูซ่า หรือมาเฟีย รวมทั่งการสักแบบปกติด้วยและรอยสักที่ เล็กมากก็เป็นข้อห้ามอีกด้วย
– รถไฟสำหรับผู้หญิงเท่านั้นผู้ชายห้ามเข้า โดยเฉพาะในรถไฟจะมีป้ายเขียนบอกไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิง
– คนญี่ปุ่นนิยมใช้เงินสด ไม่รับบัตรเครดิตในบางร้านด้วยค่ะ

ก่อนเดินทางต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปญี่ปุ่น


– หนังสือเดินทาง
– ยาประจำตัว
– กระเป๋าสตางค์
– กล้องถ่ายรูป
– โทรศัพท์มือถือ
1. กระเป๋าเดินทาง ตรวจสอบว่ามีรายชื่อที่ป้ายกระเป๋าและโหลดกระเป๋าไม่เกิน 20 กิโลกรัม กระเป๋าใบเล็กถือขึ้นเครื่อง
2. ข้อมูลการเดินทาง ท่องเที่ยวญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองให้พิจารณาเฉพาะที่มาเที่ยวโดยสุจริตเท่านั้น มีบัตร ประชาชน บัตรพนักงาน หรือเครดิตการ์ด นำมาเป็นหลักฐานประกอบ
3. การนำเข้าสิ่งของปลอดภาษีด่านศุลกากรอนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 ขวด บุหรี่ 1 ห่อ ยาสูบ 500กรัม หรือ ซิการ์ 100 มวน น้ำหอม 2 ออนซ์ มูลค่าไม่เกิน 2 แสนเยน มิฉะนั้นต้องเสียภาษีและไม่อนุญาตให้เด็กอายุ 19นำเข้า และพืช ผลไม้ อาหารต่างๆ ห้ามนำเข้าทั้งสิ้น
4. น้ำประปา ที่ญี่ปุ่นสะอาดมากดื่มได้ค่ะ
5. กระแสไฟฟ้า ใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลท์ มีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลท์แต่เต้าเสียบใช้ชนิดสองขาแบบ แบนเท่านั้น บางโรงแรมมีเครื่องเป่าผมให้ฟรี
6. ควรนำหัวต่อปลั๊กแบบแบนไปเอง เนื่องจากโรงแรมมีไว้บริการไม่พอ ปลั๊กไฟควรนำปลั๊กพ่วงไปด้วยและ Universal Plug Travel Adapter
7. เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง
8. การแต่งกาย ควรให้เหมาะกับสภาพอากาศ
9. ภาษาควรเป็นภาษาอังกฤษแต่คนญี่ปุ่นไม่ค่อยใช้
10. สกุลเงิน คือเงินเยน ในท้องตลาดใช้ได้แต่เงินเยนเท่านั้น ดอลล่าร์สหรัฐใช้แลกที่ธนาคาร

ค่าเงินญี่ปุ่นที่ควรรู้

don-199050_1920

-ค่าเงินญี่ปุ่น โดยประมาณ 1 บาท = 3.2 เยน หรือ 1 เยน= 0.32 บาท (คิดง่ายๆคือ 100เยน เท่ากับ 32 บาทไทย )ฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่นควรเที่ยวเดือนไหน
-ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม –พฤษภาคม ) อากาศอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยคือ 13-25 องศาเซลเซียส
-ฤดูร้อน(เดือนมิถุนายน-สิงหาคม ) อากาศร้อนชื้นมีช่วงฝนที่สั้น ประมาณ 1 เดือน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 30-35 องศา เซลเซียส
-ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น มีพายุใต้ฝุ่นมาก ช่วงเดือนกันยายน อุณหภูมิเฉลี่ย 22-27 องศาเซลเซียส
-ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม –กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น อากาศ จะอบอุ่นทางภาคใต้มีอุณหภูมิเฉลี่ย ประมาณ 05-07 องศาเซลเซียสในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ควรแจ้งหมายเลขที่สามารถช่วยคุณได้
-หมายเลข 110 แจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-หมายเลข 119 เมื่อเกิดไฟไหม้ หรือต้องการเรียกรถพยาบาลตลอดจนหน่วยกู้ภัย

มาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วค่ะที่เราได้นำข้อมูลที่เป็นสาระความรู้การเดินทางมาเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น มาให้คุณๆได้ศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทางคุณจะท่องเที่ยวด้วยความสบายใจ หมดกังวลหวังว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

แหล่งข้อมูล : Premiumworldtour.info



เที่ยวยกก๊วนสุดปัง ใน TOKYO…!!

 

เที่ยวยกก๊วนสุดปัง-ในโตเกียว...!!

นักท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวญี่ปุ่น มีเวลาน้อยมากอยากเที่ยวให้ครบแต่คิดว่าอาจเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ พรีเมี่ยมเวิล์ด ทัวร์ มีสถานที่มานำเสนอให้คุณได้เที่ยวแบบชิลๆ ในวันเดียวในโตเกียวมีแหล่งช้อปปิ้ง ตลาดสด  วัดเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ ที่น่าสนใจในหลายๆ ที่ หากตัดสินใจมาเที่ยวแล้ว รีบหน่อยนะค่ะ ตามเรามาเลยค่ะ

1.ตลาดปลาซึกิจิ

350574-970x600-1

ตลาดปลาที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวยังได้ซื้อปลาสดมาทำรับประทานไม่พอยังได้ชมการแล่ปลาทูน่าหาชมได้ที่นี่ที่เดียวในญี่ปุ่น แต่ต้องมาตั้งแต่ตีห้าค่ะ เป็นแหล่งตลาดปลาที่มีร้านซูซิ ปลาดิบที่ขึ้นชื่อมากมายมองหาของกินอาหารทะเลสดมาเที่ยวที่นี่ได้ตลาดปลาซึกิจิค่ะ

การเดินทาง : ใช้สถานี Tsukiji Shijo Station  หรือ  Tsukiji station  จากนั้นเดินมาประมาณ 5 นาที จะถึงตลาดปลาค่ะ

2.พิพิธภัณฑ์เอโดะแห่งโตเกียว Edo-Tokyo Museum

พิพิธภัณฑ์เอโดะแห่งโตเกียว Edo-Tokyo Museum

โตเกียวเป็นเมืองน่าเที่ยวมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติเมืองโตเกียวตั้งแต่สมัยเอโดะ มีทั้งสถาปัตยกรรมที่เป็นโบราณ วัฒนธรรม และรูปปั้นแกะสลักในสมัยก่อน ชมประวัติการสร้างเมืองในอดีตที่ผ่านมาจัดเป็นนิทรรศการไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มาเที่ยวให้เวลาทั้งวันแสนคุ่มค่าเลยทีเดียว

การเดินทาง : อยู่ที่สถานี Ryogoko Station  แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

3.สนามกีฬา และพิพิธภัณฑ์ซูโม่ แห่งชาติเรียวโงะกุ KoKugiKan Sumo Stadium

สนามกีฬา และพิพิธภัณฑ์ซูโม่ แห่งชาติเรียวโงะกุ KoKugiKan Sumo Stadium

ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น มีกีฬาซูโม่ที่มีความสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นด้วยในสมัยก่อนเป็นการต่อสู้แข่งขันที่ศักดิ์สิทธิ์ต่อชาวญี่ปุ่นไม่น้อยแต่ในปัจจุบันบันนักท่องเที่ยวนิยมมาดูการต่อสู้ของกีฬาชนิดนี้มากที่สุดในญี่ปุ่น ที่สนามกีฬาแห่งชาติ เรียวโกะแห่งนี้ มาเที่ยวชมกันสิค่ะในวันเดียวก็เที่ยวได้

การเดินทาง: สนามกีฬาอยู่ที่สถานี Ryogoko Station ติดกับพิพิธภัณฑ์เอโดะ

4.วัดโซนโซจิ หรือวัดอาซากุซะ หรือวัดโคมแดง

1395063036-IMG0823-o

วัดแห่งนี้หากใครได้มาญี่ปุ่นต้องไม่พลาดกับการมาเที่ยวสักการะวัดแห่งนี้ มาเที่ยวชมวัดได้ทั้งวัน เที่ยวได้ทั้งภายนอกตัววัดและภายในตัววัด มีบ้านสไตล์โบราณให้ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศเก่าๆ มีร้านค้าเล็กๆไว้ให้เลือกซื้อของมาไหว้เจ้าแม่กวนอิม ตักน้ำมนต์ กวักควันธูปโยนเหรียญทำบุญแล้วหาอะไรกินเล่นค่ะวันเดียวก็เที่ยวได้

การเดินทาง: .ใช้สถานีรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานี Asakuas Shijo Station หรือ Tsukiji station  จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที

5.ย่าน อากิฮาบาระ

ย่าน อากิฮาบาระ1

เป็นย่านที่รวมแหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้า เกมส์ การ์ตูนอานิเมะโมเดลของสะสมและเมดคาเฟ่มาเที่ยวช้อปปิ้งไม่เบื่อเลยค่ะ

การเดินทาง:  ย่านอากิฮาบาระ  อยู่ที่สถานีรถไฟ Akihabafra station หรือ  Suehirocho station

6.ย่านรปปงงิ Roppongi

ย่านรปปงงิ

ย่านนี้เหมือนสีลมบ้านเราเจริญคึกคักเต็มไปด้วยร้านค้า ห้าง หอคอย พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ผับ บาร์  มาเที่ยวช้อปปิ้งในวันเดียวได้ค่ะ

การเดินทาง: อยู่ที่สถานีรถไฟ Roppongi Station

7.ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Dori)

ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ

ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินไปวัดเซนโซจิ มีของขายมากมาย เช่น ชุดกาตะ ,ร่มพับ, ขนมขบเคี้ยว หลากหลาย เป็นถนนเส้นที่คึกคักมากตลอดเวลามาเที่ยวซื้อของแบบชิลๆค่ะ

การเดินทาง: ใช้สถานีรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานี Asakuas Shijo Station หรือ Tsukiji station

8.สวนสาธารณะริมแม่น้ำซุมิดะ(Sumida Park)

สวนสาธารณะริมแม่น้ำซุมิดะ

แม่น้ำซุมิดะ มีต้นซากุระที่เรียงรายยาวไปตามแม่น้ำ และที่นี่จัดงานฉลองดอกไม้ไฟผู้คนมาเที่ยวชมการจุดพลุที่สวยงามชมบรรยากาศริมแม่น้ำที่เที่ยวใช้เวลาวันเดียวก็เที่ยวได้ค่ะ

9.สวนฮามะริเคียว (Hama Rikyu Park)

aflo_RYBA001932

สวนนี้ตั้งอยู่ใกล้กับโตเกียว Tokyo Bay เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ในกลางสวนแห่งนี้ มีบ่อน้ำที่เป็นน้ำทะเล หากว่าน้ำขึ้นหรือลดลงจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามที่มองเห็นตึกระฟ้าตระหง่านย่าน Shiodome  ที่อยู่ใกล้เคียงเป็นธรรมชาติกลางใจเมืองที่น่ามาพักผ่อนค่ะ

10.ห้างสรรพสินค้าอควาซิตี้ (Aquacity Odaiba)

ห้างสรรพสินค้าอควาซิตี้

ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นที่มีลานไม้ชมวิวตั้งอยู่ด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าที่มองเห็นสะพานสายรุ้งได้อย่างชัดเจน มีโรงภาพยนตร์ 13 โรงบนชั้น 5 มีศูนย์อาหารราเมนที่มีเมนูหลากหลายชนิด ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า  มาเที่ยวเพลินในวันเดียวก็เที่ยวได้ค่ะ

11.โอเอะโดะออนเซ็น(Oedo Onsen Monogatari)

โอเอะโดะออนเซ็น

ที่แห่งนี้มีออนเซนและสวนสนุกที่จัดตกแต่งบรรยากาศที่เหมือนสมัยโอเดะ มีออนเซนทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง น้ำที่นี่ลึก 1,400 เมตร นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร บริการนวดสปา เกมส์ แหล่งบันเทิงอื่นๆพักค้างคืนได้ด้วยค่ะมาเที่ยวได้ค่ะ ผ่อนคลายด้วยออนเซนที่ไม่ต้องไปไกลจากโตเกียว

12.สวนอุเอะโนะ

สวนอุเอะโนะ

ที่สวนแห่งนี้มีซากุระที่ออกดอกในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  และเป็นย่านสุดฮิตของคนไทยเลยล่ะ มีตลาดอาเมะโยโกะที่เป็นตลาดสดมีผักสด ผลไม้ กุ้ง หอย ปูปลา เสื้อผ้า รองเท้าถูกๆ พลาดไม่ได้จริงค่ะ มีร้านอาหารอร่อยมากมายแถบทุกร้านจริง ๆโดยเฉพาะเมนูซูซิ , ข้าวหน้าปลาดิบ หนีความวุ่นวายในเมืองค่ะ

การเดินทาง: อยู่ใกล้กับเส้นทางวัดอาซากุสะ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Uenoแล้วต่อรถไฟไปอีก แค่ 2-3 สถานีค่ะ

13.ย่านshibuya

ย่านshibuya

เป็นย่านที่มีผู้คนมากมายมีอนุสาวรีย์ฮาจิโกหมายอดกตัญญู เป็นที่ไว้สูบบุหรี่ของระแวกนี้ด้วยเป็นจุดนัดหมายด้วยค่ะสำหรับผู้ที่มีนัดนิยมมานัดกันตรงจุดนี้ค่ะ  เป็นห้าแยกที่นักท่องเที่ยวมาต้องถ่ายรูปและซื้อของกลับไปฝากคนที่บ้าน วันเดียวเดินให้เพลินเลยนะค่ะ

14.ย่าน Ebisu Yokocho

ย่าน Ebisu Yokocho

มาเที่ยวตรอกที่ครึกครื้นคือย่านชิบูย่า มีร้านอาหารมากมาย เป็นร้านแบบอิซากะยะ หรือเรียกว่าร้านเหล้าญี่ปุ่น มีไวน์บาร์แบบตะวันตก ร้านยากิโทริ ร้านซูซิ และร้านโฮเด้ง มีอาหารประเภทไม้เสียบปิ้งย่าง มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทานถ้าหิวมาที่นี่เลยค่ะ บางร้านมีเนื้อม้าและเนื้อวาฬ ให้ได้ชิมลิ้มลอง ร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป บรรยากาศที่แสนจะครึกครื้นไม่เงียบเหงาไม่แพ้เมืองใดเลยค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Fukutoshine Line มาลงที่สถานี Shibuya เดินต่อประมาณ 18 นาที

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Odakyu line   มาลงที่สถานี Gotokuji  แล้วเดินต่อไปอีก 8 นาที

15.ห้าง Sunshine City

i1035 FW1.1

มีจุดชมวิวที่น่าสนใจพิเศษคือ อควาเรียมอยู่บนชั้นที่ 10 ที่ตึก World Import Mart ของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ มีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตมาจากทะเล มหาสมุทร เขตป่าร้อน มีสัตว์น่ารักเช่นตัวนาก และสิงโตทะเล ที่แหวกว่ายอยู่ในอ่างน้ำขนาดใหญ่ ในกลางแจ้งถือเป็นพระเอกของที่นี่เลยและยังมีการแสดงโชว์การให้อาหารปลาในตู้ปลาขนาดยักษ์อีกด้วยมาเที่ยวกันสิค่ะ

การเดินทาง:  นั่งรถไฟใต้สาย Fukutoshin line มาลงที่สถานี Ikebukuro       เดินต่อประมาณ 10 นาที

16.ศาลเจ้า Meiji Jingu

ศาลเจ้า Meiji Jingu

ศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าที่ยอดนิยมของชาวโตเกียว เนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Harajuku  และอยู่ติดกับสวน Yoyogi ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ทำให้มีบรรยากาศร่มรื่นน่าพักผ่อนมาเที่ยวสิค่ะ ไหว้พระขอพรอย่าพลาดกันนะค่ะ

การเดินทาง: มาเที่ยวศาลเจ้าแค่ขึ้นรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Fukutoshin line เช่นเดิม นั่งมาที่สถานี F 14

17.ถนนTakeshita Dori

ถนนTakeshita Dori

ถนนสายนี้มีที่ช้อปปิ้งสุดฮิตของหมู่วัยรุ่นชาววัยรุ่น อยู่ในย่านสุดชิลที่ Harajuku ทางเดินแคบๆที่ยาว 400เมตร ที่ถนนมีร้านเต็มไปด้วยเสื้อผ้า ร้านอาหารคาเฟ่ น่ารักๆ เรียงรายกันวัยรุ่นชอบมาที่นี่ มีการแต่งตัว คอสเพลย์ตามแบบที่วัยรุ่นชอบ มีสไตล์ตัวการ์ตูนอนิเมะ สไตล์พังค์ หรือร็อก เพลินตาอีกต่างหากและยังมีร้านเครปญี่ปุ่นที่จำง่ายๆคือ SWEET BOXให้เลือกซื้อทานอร่อยไปเลย มาเที่ยววันเดียวได้ค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย fukutoshin Line มาลงที่สถานี Meijijingu –Mae แล้วเดินต่อประมาณ 2 นาที

เป็นไงกันบ้างค่ะ การเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่นสำหรับผู้มีเวลาน้อย แต่เที่ยวแค่วันเดียวก็ได้ แบบชิลๆตอนค่ำก็เดินทางกลับที่พัก หายเหนื่อยในวันเดียว หากว่ามาเที่ยวโตเกียว กี่วันก็ไม่เบื่อต้องกลับมาอีก เที่ยวให้สนุกนะค่ะกับวันเดียวเที่ยวโตเกียวสุดปัง สวัสดีค่ะ

แหล่งข้อมูล : พรีเมี่ยมเวิร์ลทัวร์


ปักหมุด 11 สถานที่เที่ยวในญี่ปุ่น

CCC
การเดินทางคือการเรียนรู้หรือการได้ประสบการณ์ที่หาได้ไม่ยากหากคุณมีช่วงเวลาที่น่าจดจำในทริปการท่องเที่ยวต่างๆที่คุณได้ไปสัมผัสมา หากว่าจำไว้ในความทรงจำไม่พอ สิ่งที่ทำได้คือ อุปกรณ์ช่วยบันทึกความทรงจำ กล้องถ่ายรูปนี่เอง มองหาสถานที่เที่ยวและปักหมุดถ่ายรูปกันดีกว่าไว้ดูเป็นเครื่องเตือนความทรงจำที่แสนประทับใจ วันนี้พรีเมี่ยมเวิล์ด ทัวร์จะพาคุณมาปักหมุดที่ญี่ปุ่นชมความงามมีที่ถ่ายรูปที่ไหนบ้างมาดูกันค่ะ

1. ภูเขาโมอิวะแห่งฮ็อกไกโด

ภูเขาโมอิวะแห่งฮ็อกไกโด1
ภูเขาโมอิวะแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าไอนุปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวที่ยอดนิยมของเมืองซับโปโรไปแล้ว เสน่ห์แห่งธรรมชาติที่ซัปโปโรนี้อยากพานักท่องเที่ยวมาชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีจากมุมสูงของยอดเขาโมอิวะ เราจะได้พบกับระฆังโมอิวะและหนุ่มสาวได้นำกุญแจคู่มาล็อกเอาไว้เพื่อแสดงถึงความรักที่มั่นคง หากใครได้มาเที่ยวและตีระฆังจะได้พบแต่ความสุขที่คู่รักมีอย่างมั่นคง เที่ยวถ่ายรูปสถานที่นี้ ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มาที่แห่งนี้จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของใบไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และได้นั่งกระเช้าขึ้นมาที่ยอดเขามีวิวที่สวยงามมากที่สุดเลย มาถ่ายรูปกันนะค่ะที่ยอดเจาโมอิวะ สุดฟินเลย!

2. อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ

pr_image_file_name1_1341892752

อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2548 อุทยานแห่งนี้เป็นที่จับตาของนักท่องเที่ยวนอกจากจะมีต้นไม้ที่ขึ้นหนาปกคลุมและยังมีทุ่งหญ้า โล่งกว้างมีธารน้ำใสมีสัตว์ป่านานาพันธุ์ที่หายากอาศัยอยู่ มากมายความสวยงามของอุทยานแห่งนี้ ชาวไอนุ เขาเรียกว่า “จุดสุดขอบโลก” การเดินทางมาเที่ยวพื้นที่แห่งนี้อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอกไกโด มีพื้นที่ห่างจากเมืองมาก มีองศาละติดจูดตรงกับกรุงโรมของอิตาลีมีผิวน้ำทะเลที่แตกละลายเป็นแผ่นลอยอยู่ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อัศจรรย์จริงๆ การเดินทางต้องใช้เรือมาเนื่องจากมีหุบเขาที่ยาวเรียงรายตามริมมหาสมุทร มาเที่ยวถ่ายรูปได้วิวสวย สัตว์ป่าหายากสวยงามเหมาะแก่การเก็บภาพสวยๆมาไว้อวดเพื่อนค่ะ

3.ศาลเจ้าฮ็อกไกโด

ในดินแดนที่ไกล้โพ้นมีเมืองฮ็อกไกโดที่ยังมีเสน่ห์มาแล้วอยากกลับมาอีก ในทุกๆปี มีพิธีสมรสที่ศาลเจ้าฮ็อกไกโด ซึ่งในปีใหม่จะเห็นซากุระและดอกบ๊วยที่บานสะพรั่งรอคุณ ให้มาเก็บภาพของธรรมชาติที่งดงามมาเที่ยวที่ศาลเจ้าได้ถ่ายรูปกระรอกน้อยมาคอยให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิดกันค่ะมาเที่ยวสิคะ

5. เที่ยวนิเซโกะ

เที่ยวนิเซโกะ

เมืองเล็กๆที่เป็นที่เล่นสกีในฮ็อกไกโด ใครๆที่ชอบเล่นสกีต้องมาเมืองนี้ อยู่ระหว่างภูเขาNiseko Annupuri มีความสูงถึง 1,308 เมตรและ ภูเขา Yotei มีความสูงถึง 1,898 เมตร มีหิมะที่คุณภาพดี เป็นปุยฝอยละเอียดเสมือนแป้ง เหมาะแก่การเล่นสกี ในฤดูหนาวนักท่องเที่ยวชอบมานั่งรถสโนว์โมบิล นั่งเลือนเทียม มีกิจกกรรมกลางแจ้งให้เล่นไม่ควรพลาดที่จะได้ถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟฟูจิน้อยที่หากใครไปแล้วไม่ได้ถ่ายรูปคงไปไม่ถึงเมืองนิเซโกะ แน่นอนขอบอก…

6.เที่ยวโอตารุ

otaru

เมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร มาเที่ยวชมเมืองโอตารุที่ห่างมาประมาณ 40 กิโลเมตร แต่ความเจริญไม่มากเท่าซัปโปโร ในสมัยก่อนลำคลองโอตารุนี้ สกปรกมากเพราะอยู่ติดกับท่าเรือต่อมาฟื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้คลองแห่งนี้ดังไปทั่วโลกเพราะมีน้ำที่สะอาดใสมีโกดังเก่าตั้งอยู่ข้างริมคลอง มีร้านกาแฟ อาหารให้นั่งชมบรรยากาศริมคลอง ที่ถนนซาไกมาจิมีเครื่องแก้วคริสตัลส่องประกายสวยงามมีของที่ระลึกขาย มีพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีภายในมีของที่ระลึกได้เลือกซื้อเป็นของฝากได้ด้วย มาเที่ยวเก็บภาพสวยๆไว้อวดเพื่อนๆกันค่ะ

7.เที่ยวเมืองโนะโบะริเบะสึ

hokkaido-nature-trail_1465221154
เมืองตั้งอยู่บนปากแม่น้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 6 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของ โนะโบะริเบะสึออนเซน คนนิยมมาที่น้ำพุออนเซนที่มาจากหุบเขามีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงมากในฮ็อกไกโด และยังเป็นที่ตั้งของหุบเขานรกครั้งหนึ่งเป็นที่ถ่ายหนังเรื่อง แฟนเดย์ หุบเขานี้มีชื่อว่า จิโงะกุดัง มีอุทยานหมีสีน้ำตาล หากคุณมาเที่ยวถ่ายรูปหมีน่ารักมาก หาดูได้ยากหมีสีน้ำตาลมีถิ่นกำเนิดในดินแดนไซบีเรียและฮ็อกไกโด เท่านั้น เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโนโบะริเบะสึอีกด้วย มาเที่ยวชมกันนะค่ะ

8.เที่ยวเมืองฮาโคดาเตะ

ฮาโคดาเตะ

แต่เดิมเมืองฮาโคดาเตะเป็นท่าเรือพานิชย์นานาชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น ที่แห่งนี้มีป้อมรูปดาวโกเรียวคะคุ สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันข้าศึกบุกรุก มีหอคอยโกเรียวคะคุเป็นหอคอยเอาไว้มองสวนสาธารณะที่สูงถึง 107 เมตร มีอาคารไปรษณีย์เก่าถูกสร้างในปี 2454 เป็นทรง 5 เหลี่ยมมีทะเลขนาบทั้งสองด้านที่เมืองนี้ มองวิวจากยอดเขาสวยงามมากเวลากลางคืนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมถ่ายภาพยกให้เป็นที่มีความงาม 1 ใน 3 ของโลกค่ะ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ พักผ่อนถ่ายรูป และมีโกดังที่เป็นอิฐแดงอาคารนี้จะเปิดไฟประดับสวยงามมีสถานที่สุดโรแมนติกมีท่าเรือเฟอรี่ของบริษัทมิตซูบิชิ และเรือเฟอรี่ของการรถไฟแต่ภายหลังกลายเป็นอนุสาวรีย์ไว้ให้ระลึกถึงเท่านั้นมาเที่ยวสิคะคุ้มค่าแก่การมาค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

9.เที่ยวอะซาฮิคาวะ

เที่ยวอะซาฮิคาวะ
มาเที่ยวที่แห่งนี้มีไฮไลท์ที่น่ารักคือขบวนนกเพนกวิน มาเดินอวดโฉมท่ามกลางหิมะที่ขาวสะอาดเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ทางตะวันออกของฮอกไกโด มีสวนสัตว์อะซาฮิยาม่าเป็นสวนสัตว์ใหญ่เป็นสัตว์เมืองหนาวมีนกเพนกวินและสัตว์น่ารักมากมายมีพิพิธภัณฑ์หิมะที่ขุดลงไปในดินประมาณ สิบเมตรมีบันไดวนเดินลงไปมีห้องที่เก็บน้ำแข็งไว้ให้ชม กว่า 200 แบบ มีสถานที่ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสีย้อมและสิ่งทอนานาชาติ มาเที่ยวถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกมีอาหารที่เมนูราเมนต้นตำรับแท้สไตล์ฮอกไกโด อร่อยมากมีชื่อเสียงมานาน กว่า 20 ปี มาเที่ยวที่ ฮาซาฮิคาวะ ดินแดนที่มีสะพานข้ามแม่น้ำมากถึง 740 แห่ง มาเที่ยวสิค่ะพลาดไม่ได้นะค่ะ
9.เที่ยวน้ำพุร้อนโจซันเค

Jozankei-Gensen-Park-1200x600
เที่ยวซัปโปโร เล่นวินเทอร์สปอร์ตในช่วงฤดูหนาว มีน้ำแร่ออนเซนของโจซังเค พบโดยการนำของชาวไอนุ มาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลินี้ มีใบไม้แดง ต้นไม้แตกหน่อขึ้นตามภูเขาสูงทำให้ภูเขาทั้งลูกเป็นสีเหลืองสีส้ม และสีเขียวนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปและเดินในสวนสาธารณะฟุทามิ ในเมืองแห่งออนเซนมีคอร์สการเดินป่าต่างๆ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่าโดยการขี่ม้ามีม้าไว้ให้บริการที่ “ไวต์มัสแตงส์” อยู่ที่ภูเขาฮัคเคน ชมวิวทิวทัศน์ไนระดับสูงทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างมาก มาเที่ยวถ่ายรูปได้ภาพสวยงามมากค่ะ มีแม่น้ำที่ไหลมาจากน้ำร้อนที่ปะทุขึ้นไหลลงสู่ลำธารเข้าสู่เมืองซับโปโรในช่วงใบไม้ผลิสีใบไม้เปลี่ยนสีหิมะละลายสีของใบไม้สะท้อนให้ผิวน้ำสวยงามมีธรรมชาติความงามที่ซ้อนอยู่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบและที่นี้ใกล้ซัปโปโรมากเดินทาง 40 นาที มาเที่ยวแล้วคุณจะไม่ผิดหวังค่ะ

10.เที่ยวเมืองอะบาชิริ

เที่ยวเมืองอะบาชิริ
ดินแดนที่หนาวที่สุดของความเหน็บหนาวมีแผ่นน้ำแข็งที่เรียกว่า ดริฟท์ไอซ์ แผ่นน้ำแข็งที่ลอยมาจากขั่วโลกเหนือ และนำเอาสัตว์โลกมาให้เราได้เห็นเมืองอะบาชิริ หนาวมากอยู่ทางทิศตะวันออกของฮอกไกโด ที่ติดกับทะเลโอค็อตสก์และในฤดูหนาวทะเลกลายเป็นน้ำแข็งเป็นที่กักขังนักโทษด้วยสภาพอากาศที่หนาวยากต่อการหลบหนีเป็นที่เที่ยวสุดแสนวิเศษมีมาเที่ยวดูพิพิธภัณฑ์ทัณฑสถานอะบาชิริแสดงเรื่องราวของนักโทษหากมาเที่ยวมาไม่ถึงคุณต้องเสียดายมากอย่างแน่นอน มาเที่ยวกันค่ะ

11.สวนอุเอะโนะอุโมงค์ซากุระ

สวนอุเอะโนะอุโมงค์ซากุระ

สวนอุเอะโนะ มีสระน้ำขนาดใหญ่ ชื่อ ชิโนะโบะซุ มีสวนบัวมีบริการเรือถีบ เรือพาย ชมนกนางนวล เป็นสถานที่สุดฮิตคือเทศกาลชมดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน ออกดอกสวยงาม มีผู้คนมาจับจองปูเสื่อดูซากุระเต็มสวนพายเรือชมซากุระได้เห็นความงามอีกแบบหนึ่ง และมีต้นซากุระประมาณ 1,000 ต้นออกดอกสีชมพูสุดโรแมนติกมีสวนสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆ มีสัตว์ประมาณ 3,000 ตัว มีลิงกอริลล่าให้ชมด้วย มาเที่ยวในช่วงเทศกาลมีงานออกร้าน มีตลาดนัดของเก่า และกลางคืนมีการประดับตะเกียงไฟรวม 1,000 ดวง เพิ่มความสว่างไสว มาเที่ยวเตรียมกล้องมาถ่ายรูปได้รูปสวยมากมายมาเที่ยวสิค่ะ

สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วฮอกไกโดเป็นดินแดนเกาะสวรรค์ที่มีความมหัศจรรย์ของธรรมชาติรอคุณอยู่การเดินทางก็ไม่ยากลำบากหากมาเที่ยวควรมาในช่วงใบไม้ร่วงมีที่เที่ยวมากมาย แต่สำหรับคู่รักหรือหนุ่มสาวมาเที่ยวดินแดนแสนโรแมนติกคือ ที่ซัปโปโร ฮอกไกโด มาเที่ยวควรติดกล้องถ่ายรูปมาด้วยเก็บภาพสวยๆไว้อวดเพื่อนๆ มาเที่ยวเราได้มีข้อมูลไว้ให้คุณได้ทราบแหล่งที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างใฝ่ฝันต้องมาเที่ยวให้ได้ วันนี้ขอลาไปก่อนนะค่ะสวัสดีค่ะ

LOGO_Tel & Line 2-edit

เพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนคะ เราขอเรียนเชิญเม้าท์มอยเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางซึ่งควรค่าแก่การ Follow ดังต่อไปนี้…
แหล่งข้อมูล : Premiumworldtour
 Website : https://www.premiumworldtour.info
➤ Fanpage : https://facebook.com/premiumworldtour.info
➤ LINE@ : @premiumworldtour

ต้องไปโดนให้ได้! 7 ร้านอาหารสุดเด็ด ย่านชินจูกุ

ชินจูกุ" (Shinjuku) ได้ชื่อว่าเป็นย่านที่วุ่นวาย และพลุกพล่านด้วยผู้คนมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งย่านชินจูกุนี่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของธุรกิจ และการคมนาคม มีห้างสรรพสินค้า และร้านค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า 

 

อ่านเพิ่มเติม ..!!

 


ปักหมุดตะลุยโตเกียวกับย่านสุดฮ็อตอาหารสุดฮิต

โตเกียวเป็นมหานครขนาดใหญ่ มีความเจริญมาก เป็นแหล่งเที่ยว กิน ช้อปปิ้งแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว มีการคมนาคมที่สะดวก รวดเร็ว  สภาพอากาศ มี 4 ฤดู  

 

อ่านเพิ่มเติม..!!


ตะลุยไต้หวัน 12 สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด

   ประเทศไต้หวัน มีเมืองหลวงคือ ไทเป เป็นเมืองที่มีย่านธุรกิจที่วุ่นวายไม่แพ้กับย่านเยาวราชหรือสีลม แต่แอบแฝงด้วยบรรยากาศแบบเรียบง่ายในตอนเช้าพลเมืองจะมาเดินเล่นออกกำลังกาย มีร้านชาโบราณ มีต้นไม้ปกคลุมให้ความร่มรื่นเหมาะแก่การเดินเล่น ก่อนจะถึงเวลาเริ่มงานของวันใหม่ ดังนั้น 

 

อ่านเพิ่มเติม...!!




Sie sind Besucher Nr.

Gratis Homepage von Beepworld
 
Verantwortlich für den Inhalt dieser Seite ist ausschließlich der
Autor dieser Homepage, kontaktierbar über dieses Formular!